
เมื่อวันที่ 1 เมษายน สำนักข่าวเอเอฟพีและรอยเตอร์รายงานว่า น.ส.ดวน ธิ ฮวง สาวเวียดนามวัย 30 ปี ผู้ต้องหาในคดีฆาตกรรมนายคิม จอง นัม พี่ชายต่างแม่ของนายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ รอดพ้นจากโทษประหารชีวิตแล้ว หลังจากวันเดียวกันนี้ อัยการมาเลเซียถอนฟ้องข้อหาฆาตกรรมต่อน.ส.ฮวง โดยตั้งข้อกล่าวหาใหม่ที่เบากว่าแทนในฐานความผิดทำให้ได้รับบาดเจ็บด้วยอาวุธหรือวิธีการที่เป็นอันตราย ซึ่งน.ส.ฮวงยอมรับผิด ส่งผลให้ผู้พิพากษาตัดสินโทษจำคุกน.ส.ฮวง เป็นเวลา 3 ปี 4 เดือน โดยทนายจำเลยเปิดเผยว่าน.ส.ฮวงอาจได้รับการปล่อยตัวในเดือนหน้า เนื่องจากโทษที่ลดลง
ข่าวแจ้งว่า สิ้นคำพิพากษาของศาล เจ้าหน้าที่เวียดนามที่ร่วมรับฟังการพิจารณาคดีด้วยที่ศาลสูงชาห์อาลัม ชานกรุงกัวลาลัมเปอร์ ต่างพากันปรบมือแสดงความยินดี ขณะที่น.ส.ฮวงพยักหน้ารับคำตัดสินของผู้พิพากษา ก่อนกับผู้สื่อข่าวในภายหลังว่า เธอมีความสุขมาก และว่า นี่เป็นคำตัดสินที่เป็นธรรม

คำตัดสินนี้ส่งผลให้น.ส.ฮวง เป็นจำเลยในคดีนี้เพียงคนเดียวที่ถูกดำเนินคดีในคดีลอบสังหารนายคิม จอง นัม พี่ชายต่างแม่ของผู้นำเกาหลีเหนือ ซึ่งถูกลอบวางยาพิษเสียชีวิตที่สนามบินในกรุงกัวลาลัมเปอร์เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปี 2560 โดยไม่มีผู้กระทำผิดคนใดถูกดำเนินคดีในข้อหาฆาตกรรมซึ่งมีโทษสูงสุดคือประหารชีวิต
ทั้งนี้น.ส.ฮวงถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำมาเลเซียมาเป็นเวลา 2 ปีแล้ว ซึ่งทนายจำเลยชี้ว่าตามกฎหมายของมาเลเซียเปิดทางให้ผู้ต้องหาได้รับการลดหย่อนโทษได้ 1 ใน 3 ของโทษจำคุกทั้งหมด น.ส.ฮวงจึงอาจได้รับการปล่อยตัวเป็นอิสระในวันที่ 4 พฤษภาคมนี้
ก่อนหน้านี้น.ส.ฮวงต้องผิดหวังที่ร้องขอให้ศาลมาเลเซียปล่อยตัวเธอมาแล้ว หลังจากศาลสั่งยกฟ้องข้อหาฆาตกรรมต่อน.ส.สิตี ไอสชาห์ ชาวอินโดนีเซีย จำเลยร่วมในคดีนี้ ซึ่งได้รับการปล่อยตัวไปแล้วเมื่อเดือนที่ผ่านมา โดยที่ทั้งน.ส.ฮวงและน.ส.ไอสชาห์ต่างยืนกรานว่าตนเองถูกหลอกให้เข้าร่วมในการก่อเหตุดังกล่าว การปล่อยตัวน.ส.ไอสชาห์ไป แต่ไม่ยอมปล่อยตัวน.ส.ฮวง ได้จุดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ทั้งในมาเลเซียและเวียดนามว่าเป็นการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมและมีการแทรกแซงทางการเมืองในกระบวนยุติธรรม หลังมีรายงานว่าอินโดนีเซียเข้ามาแทรกแซงทางการทูต จนทำให้น.ส.ไอสชาห์ได้รับการปล่อยตัว ก่อนที่เวียดนามจะเดินหน้ากดดันมาเลเซียในเรื่องนี้มากขึ้น
