
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า หลังจากคณะรัฐมนตรีอังกฤษภายใต้การนำของนางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีจากพรรคอนุรักษ์นิยม ใช้เวลาประชุมหารือถึงเรื่องการถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป(อียู)ของอังกฤษ หรือ เบร็กซิท เป็นเวลานานกว่า 7 ชั่วโมง ในวันอังคาร(2 เม.ย.)ที่ผ่านมา นางเมย์ได้ออกมาประกาศท่าทีในภายหลังว่าตนจะขอให้อียูเลื่อนการทำเบร็กซิทของอังกฤษออกไปก่อนอีกครั้งจากกำหนดเส้นตายที่อียูขีดไว้ในวันที่ 12 เมษายนนี้ เพื่อให้รัฐสภาอังกฤษได้มีเวลาในการพิจารณาและบรรลุความเห็นพ้องร่วมกันในข้อตกลงเรื่องเบร็กซิทมากขึ้น ท่าทีนี้เป็นการส่งสัญญาณว่านางเมย์อาจยอมรับแนวทางการคงความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับอียูไว้หลังจากแยกตัวออกไปแล้วของอังกฤษ ในความพยายามที่จะผ่าทางตันทางการเมืองของรัฐบาลเมย์จากกรณีความขัดแย้งเรื่องเบร็กซิทที่ยืดเยื้อมานานหลายเดือนและยังไม่ได้ข้อยุติเสียที
นางเมย์ชี้ว่านี่เป็นช่วงเวลาเด็ดขาดที่ต้องการความเป็นเอกภาพร่วมกันของชาติในการดำเนินการเพื่อผลประโยชน์แห่งชาติ นอกจากนี้นางเมย์ยังเสนอที่จะทำงานร่วมกับนายเจเรมี คอร์บิน หัวหน้าพรรคแรงงาน พรรคฝ่ายค้านที่สนับสนุนแนวทางการรักษาสัมพันธ์อันใกล้ชิดกับอียูเอาไว้ ในการทำงานเรื่องเบร็กซิทด้วย ซึ่งข้อเสนอนี้ของนางเมย์ได้รับการตอบรับด้วยท่าทีดีจากนายคอร์บิน
อย่างไรก็ตามท่าทีนี้ของนางเมย์ยังสร้างความไม่พอใจให้กับกลุ่มส.ส.ที่สนับสนุนการแยกตัวจากอียู ภายในพรรคอนุรักษ์นิยมของนางเมย์
ทั้งนี้อียูได้กำหนดเส้นตายในวันที่ 12 เมษายนนี้ให้อังกฤษดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง คือ ให้อังกฤษรับร่างข้อตกลงเบร็กซิทที่รัฐบาลนางเมย์ทำไว้ร่วมกับอียูเมื่อ 4 เดือนก่อน หรือเลือกแนวทางใหม่ หรือไม่อังกฤษก็ถอนตัวออกจากอียูไปแบบไม่มีข้อตกลง หรือ โน-ดีล โดยอียูได้นัดประชุมฉุกเฉินสุดยอดผู้นำในวันที่ 10 เมษายนนี้เพื่อกำหนดท่าทีที่จะมีต่ออังกฤษต่อไป
