อึ้ง! ผลตรวจดีเอ็นเอยัน หมอดัตช์ฉาว เป็นพ่อเด็กหลอดแก้ว 49 ราย

หนึ่งในผู้เสียหายที่เชื่อว่าเกิดจากการผสมเทียมโดยนายแพทย์ยาน คาร์บาตต์ ที่แอบใช้อสุจิตนเองในการผสมเทียมให้แก่ผู้หญิงที่มารับบริการทำเด็กหลอดแก้วเพื่อตั้งครรภ์ทารก (รอยเตอร์)

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า กรณีต้องสงสัยว่านายยาน คาร์บาตต์ แพทย์ชาวดัตช์ผู้เชี่ยวชาญด้านการทำเด็กหลอดแก้ว ได้ใช้อสุจิของตนเองในการผสมเทียมให้กับคนไข้หญิงที่มารับบริการ แทนการใช้อสุจิบริจาค เพื่อให้ตั้งครรภ์ทารก ซึ่งเป็นข่าวอื้อฉาวในประเทศเนเธอร์แลนด์ก่อนหน้านี้นั้น เมื่อวันที่ 12 เมษายนที่ผ่านมา ผลการตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอออกมายืนยันว่านายแพทย์คาร์บาตต์ซึ่งเสียชีวิตไปแล้วในปี 2017 ขณะอายุได้ 89 ปี เป็นพ่อของเด็กอย่างน้อย 49 รายที่นายแพทย์คาร์บาตต์เป็นผู้ทำการผสมเทียมให้

กลุ่มพิทักษ์เด็กซึ่งเป็นองค์กรตัวแทนของพ่อแม่และเด็กที่ใช้บริการทำเด็กหลอดแก้วจากนายแพทย์คาร์บาตต์ที่คลีนิคในเมืองรอตเตอร์ดัม เปิดเผยว่า ผลตรวจดีเอ็นเอที่มีการตรวจพิสูจน์ที่โรงพยาบาลในเมืองนีจ์เมเกนชี้ว่าเด็ก 49 คนสืบเชื้อสายโดยตรงจากนายแพทย์คาร์บาตต์ ซึ่งผลตรวจนี้เป็นการยืนยันข้อสงสัยที่ว่านายแพทย์คาร์บาตต์ได้ใช้อสุจิของตนเองแทนที่จะใช้อสุจิของผู้บริจาคในการทำเด็กหลอดแก้วให้กับผู้หญิงที่มาใช้บริการที่คลีนิคของนายแพทย์คาร์บาตต์

กรณีนี้กลายเป็นข่าวใหญ่ที่มีการถกเถียงอย่างหนักหลังจากศาลเนเธอร์แลนด์มีคำสั่งเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาให้เปิดเผยผลตรวจดีเอ็นเอของนายแพทย์คาร์บาตต์กับพ่อแม่และเด็กที่เกี่ยวข้อง เพื่อทำการเปรียบเทียบดีเอ็นเอของพ่อแม่และตัวเด็กเองว่าต้องตรงกันหรือไม่

ทั้งนี้ก่อนที่นายแพทย์คาร์บาตต์จะเสียชีวิตลง เจ้าตัวยอมรับว่าตนเองป็นพ่อของเด็กราว 60 รายในช่วงที่เขาเปิดคลีนิคให้บริการทำเด็กหลอดแก้วที่ได้ปิดตัวลงไปแล้วในปี 2009 หลังจากมีรายงานความผิดปกติเกิดขึ้น ในภายหลังนายแพทย์คาร์บาตต์ยังรับสารภาพด้วยว่าได้ทำการผสมอสุจิของผู้บริจาคหลายรายเข้าด้วยกันและยังทำเอกสารปลอมเกี่ยวกับผู้บริจาคด้วย

ด้านกลุ่มเด็กที่ต้องสงสัยว่าตนเองอาจเป็นเชื้อสายของนายคาร์บาตต์ ได้ขอให้ทางครอบครัวยื่นเรื่องต่อศาลเพื่อให้มีคำสั่งให้เปิดเผยประวัติลักษณะทางพันธุกรรมหรือดีเอ็นเอของนายแพทย์คาร์บาตต์ให้แก่ทางครอบครัวผู้เสียหายด้วย ทว่าทนายของครอบครัวนายคาร์บาตต์แย้งว่าสิทธิส่วนบุคคลของลูกความตนควรจะต้องได้รับการเคารพ กระทั่งศาลมีคำตัดสินในเรื่องนี้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

บทความก่อนหน้านี้สงกรานต์นี้!! กรมขนส่ง ย้ำเตือน“เมาห้ามขับ” แนะขับไกลใช้จุดบริการอาชีวะอาสา
บทความถัดไป‘ลิเวอร์พูล-แมนฯ ยู-เชลซี’ ร่วมส่งความสุขถึงแฟนบอลชาวไทยในเทศกาล ‘สงกรานต์’