บทความที่ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์สของสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 14 เมษายนที่ผ่านมาระบุว่าทางการจีนได้นำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ในการจดจำใบหน้ามาใช้ในการติดตามสะกดรอยชาวอุยกูร์ ชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิม ในการเคลื่อนไหวในพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศจีน
โดยเทคโนโลยีจดจำใบหน้าดังกล่าวถูกนำมาใช้ร่วมกับกล้องวงจรปิดที่มีการตั้งโปรแกรมตรวจจับว่าเป็นชาวอุยกูร์เป็นพิเศษ ด้วยการสแกนจากรูปร่างหน้าตาและบันทึกข้อมูลการเคลื่อนไหวของบุคคลดังกล่าวเอาไว้ โดยขณะนี้ตำรวจจีนมุ่งใช้เทคโนโลยีเอไอนี้กับชาวอุยกูร์ที่อยู่นอกพื้นที่มณฑลซินเจียงที่ประชากรในพื้นที่นี้ส่วนใหญ่เป็นชาวอุยกูร์แล้ว
นิวยอร์กไทม์สยังระบุว่าเมืองทางตอนกลางของจีนเพียงเมืองเดียว มีการใช้เอไอในการตรวจจับเป้าหมายว่าเป็นชาวอุยกูร์หรือไม่แล้วถึง 500,000 ครั้งภายในเวลาแค่ 1 เดือน
ทั้งนี้จีนตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางจากนานาชาติในการปฏิบัติต่อชนกลุ่มน้อยชาวอุยกูร์ ในมณฑลซินเจียง ขณะที่ในปี 2017 ทางการจีนประกาศตัวที่จะเป็นผู้นำโลกในอุตสาหกรรมเอไอ แต่เป็นที่ห่วงกังวลของนานาประเทศว่าจีนอาจจะใช้เทคโนโลยีอันก้าวหน้าล้ำสมัยนี้เป็นเครื่องมือของเจ้าหน้าที่ตำรวจจีนในการสอดส่องด้านความมั่นคงปลอดภัยหลังจากเกิดสถานการณ์ตึงเครียดทางชาติพันธุ์ในจีนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้

