สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 22 เมษายนที่ผ่านมาว่า สำนักงานเลขานุการบริหารของระบบความมั่นคงสาธารณะแห่งชาติของประเทศเม็กซิโกเปิดเผยว่า ตัวเลขความรุนแรงในประเทศเม็กซิโกในช่วงไตรมาสแรกของปี 2562 นั้นพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติกาล โดยมีการฆาตกรรมเกิดขึ้นมากถึง 8,493 ศพ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันในปี 2561 ถึง 9.6 เปอร์เซ็นต์
ทั้งนี้ในปี 2561 ที่ผ่านมานับเป็นปีที่เม็กซิโกมีความรุนแรงในประเทศเกิดขึ้นมากที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยมีการฆาตกรรมมากถึง 33,500 ศพ นับเป็นตัวเลขสูงที่สุดนับตั้งแต่มีการเก็บสถิติกันมาตั้งแต่ปี 2540 โดยตัวเลขดังกล่าวขัดแย้งกับการกล่าวอ้างของประธานาธิบดีอันเดรส มานูเอล โลเปซ โอบราดอร์ ที่ระบุว่าการฆาตกรรมนั้นไม่เพิ่มขึ้นนับตั้งแต่ตนเข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา
โดยประธานาธิบดีโอบราดอร์ นั้นมีนโยบายเพื่อต่อสู้กับความรุนแรงในประเทศที่ปะทุขึ้นหลังจากรัฐบาลประกาศสงครามกับกลุ่มแก๊งยาเสพติดทรงอิทธิพลตั้งแต่ปี 2549 ที่ผ่านมา ในการก่อตั้ง “National Guard” ในการทำหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยในประเทศ ซึ่งหน้าที่ดังกล่าวปัจจุบันเป็นของกองทัพ
ทั้งนี้มีผู้เสียชีวิตจากการฆาตกรรมจำนวนมากถึง 250,000 ศพนับตั้งแต่ให้กองทัพเข้ามาดูแลความสงบในประเทศ ผลจากกลุ่มแก๊งที่แตกออกสู้รบกับทั้งหหาร และสู้รบกันเอง สร้างผลกระทบเป็นวงกว้าง

