โฆษกสำนักงานเพื่อการประสานงานด้านมนุษยธรรมแห่งสหประชาชาติ ออกมาระบุว่า สถานการณ์ในพื้นที่ทางตอนเหนือของประเทศโมซัมบิก ที่เพิ่งถูกไซโคลนเคนเนธพัดถล่มไปเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาเลวร้ายมากกว่าที่คาดการณ์เอาไว้มาก
ไซโคลนเคนเนธ ได้พัดขึ้นฝั่งประเทศโมซัมบิกวันที่ 25 เมษายนที่ผ่านมาด้วยความเร็วลมถึง 220 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำให้หลายหมู่บ้านราบเป็นหน้ากลอง
ขณะนี้มีการประเมินว่ามีผู้ที่ตกอยู่ในความเสี่ยงมีมากถึง 700,000 คน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ฝนยังคงตกหนักอย่างต่อเนื่อง และมีรายงานว่าในบางจุดฝนตกมากกว่า 2 เมตร จนทำให้เกิดน้ำท่วมตามมา
ด้านโฆษกขององค์การอาหารโลกซึ่งเป็นหน่วยงานของสหประชาชาติอีกหน่วยงานหนึ่งกล่าวว่า รู้สึกวิตกกังวลอย่างหนักเนื่องจากพยากรณ์อากาศบ่งชี้ว่าฝนจะยังคงตกหนักอย่างต่อเนื่องไปอีก 4 วันข้างหน้า และปริมาณฝนที่ตกลงมาในคราวนี้มากกว่าปริมาณฝนจากไซโคลนอิดาอีที่พัดถล่มโมซัมบิกไปก่อนหน้านี้ ซึ่งสร้างความเสียหายอย่างหนักอยู่ก่อนแล้ว

