‘ศรีลังกา’ เผยมือระเบิดมีแผนปลอมเป็นทหารโจมตีซ้ำ สั่งห้าม ปชช.ปกคลุมหน้า

หญิงมุสลิมชาวศรีลังกาในชุดฮิญาบ เดินอยู่ในกรุงโคลัมโบ เมื่อวันที่ 29 เมษายน ขณะที่วันเดียวกันนี้คำสั่งห้ามประชาชนสวมใส่สิ่งปกคลุมใบหน้าของทางการศรีลังกามีผลบังคับใช้ หนึ่งในมาตรการด้านความมั่นคงปลอดภัย หลังเกิดเหตุโจมตีช็อกประเทศเมื่อวันอีสเตอร์ที่ผ่านมา (รอยเตอร์)

เมื่อวันที่ 29 เมษายน สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า หัวหน้าหน่วยความมั่นคงของศรีลังกาส่งหนังสือแจ้งเตือนถึงสภานิติบัญญัติและหน่วยงานด้านความมั่นคงที่เกี่ยวข้องระบุว่ามีความเป็นไปได้ที่กลุ่มติดอาวุธมุสลิมหัวรุนแรงอาจจะก่อเหตุโจมตีต่อเนื่องขึ้นอีก เหมือนการโจมตีเขย่าขวัญที่เกิดขึ้นในช่วงวันอีสเตอร์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 250 ราย โดยครั้งนี้อาจมีการใช้รถตู้และมือระเบิดปลอมตัวมาในชุดเครื่องแบบทหารในการก่อการ

หนังสือแจ้งเตือนยังระบุอีกว่า กลุ่มติดอาวุธมีแผนจะโจมตีสถานที่เป้าหมาย 5 แห่งในวันอาทิตย์ (28 เม.ย.) หรือวันจันทร์ (29 เม.ย.) นี้ โดยหนึ่งในเป้าหมายอยู่ในเมืองบัตติคาโลอา เมืองชายฝั่งตะวันออกที่เกิดเหตุระเบิดฆ่าตัวตายถล่มโบสถ์คริสต์แห่งหนึ่งในวันอีสเตอร์ซึ่งเป็นผลให้มีผู้เสียชีวิต 27 รายมาแล้ว ทว่าเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ไม่ปรากฏว่ามีเหตุโจมตีใดๆ เกิดขึ้นแต่อย่างใด ท่ามกลางการยังคงตรึงมาตรการรักษาความปลอดภัยทั่วประเทศอย่างเข้มข้น แม้จะมีการยกเลิกภาวะเคอร์ฟิวในคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมาไปแล้วก็ตาม โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงสุ่มตรวจค้นตัวและปฏิบัติการค้นหาผู้ต้องสงสัยที่อาจเป็นภัยคุกคามต่อไป

Advertisment

วันเดียวกันนี้คำสั่งของประธานาธิบดีไมตรีปาลา สิริเสนา ที่อาศัยอำนาจภายใต้กฎหมายภาวะฉุกเฉิน ในการสั่งห้ามประชาชนสวมใส่สิ่งปกคลุมใบหน้า เพื่อความปลอดภัยของชาติ ได้มีผลบังคับใช้แล้ว โดยแม้คำสั่งดังกล่าวไม่ได้ระบุเจาะจง แต่เป็นที่ชัดเจนว่ามีผลครอบคลุมถึงนิกอบและบูร์กา ซึ่งเป็นชุดแต่งกายสตรีของหญิงชาวมุสลิมที่มีผ้าคลุมศีรษะและใบหน้าด้วย

Eurolastcontent
QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image