หน้าแรก ต่างประเทศ สถานทูตไทยในเ...

สถานทูตไทยในเวียดนามเชิญนักลงทุนดูลู่ทางส่งเสริมศก.-การค้า-การลงทุนพื้นที่ชายแดนเวียดนาม-จีน

30.04.19 | 19:48 น.
ธานี แสงรัตน์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม

นายธานี แสงรัตน์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม เปิดเผยว่า สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงฮานอย ร่วมกับสำนักงานเศรษฐกิจการลงทุน ณ กรุงฮานอย ร่วมกันจัดโครงการศึกษาและส่งเสริมลู่ทางการค้า เศรษฐกิจ การลงทุน และการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจชายแดนในเวียดนามและจีน ในเส้นทางกรุงฮานอย-นครไฮฟอง-กว่างนิงห์-ลางเซิน-นครหนานหนิง ระหว่างวันที่ 17-21 มิถุนายนนี้ โดยจะมีการจัดกิจกรรมต่างๆ อาทิ การบรรยายลู่ทางการลงทุน การจับคู่ธุรกิจ การเยี่ยมชมท่าเรือไฮฟอง และนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ฮาลอง รวมถึงเขตเศรษฐกิจนครหนานหนิง

“เป้าหมายของโครงการนี้คือ การส่งเสริมการขยายฐานการผลิตและตลาดของผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะเครื่องอุปโภคบริโภคและการผลิตแปรรูปต่างๆ เพราะสินค้าไทยได้รับความนิยมในเวียดนาม รวมทั้งการใช้ภาคเหนือของเวียดนาม นิคมอุตสาหกรรมของไทยที่เปิดใหม่และท่าเรือไฮฟอง เป็นฐานการส่งออกทางบกไปมณฑลทางใต้ของจีนและทางทะเลไปสหรัฐอเมริกา ไต้หวัน ญี่ปุ่น ฮ่องกงและเกาหลีใต้”นายธานีกล่าว

เอกอัครราชทูตไทยประจำเวียดนามกล่าวว่า นักลงทุนผู้เข้าร่วมโครงการจะได้เรียนรู้โอกาสการค้าการลงทุนจากการบรรยายโดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญในวงการธุรกิจในเวียดนาม จับคู่ธุรกิจกับนักธุรกิจเวียดนาม เยี่ยมชมนิคมอุตสาหกรรมอมตะ ท่าเรือไฮฟอง เส้นทางการส่งออกไปจีนและพื้นที่การค้าการลงทุนที่นครหนานหนิง

เมื่อถามว่าจุดเด่นด้านการลงทุนและการค้าของเวียดนามในปัจจุบันคืออะไร นายธานีกล่าวว่า เวียดนามมีเสถียรภาพทางการเมืองสูงและได้ทำความตกลงเขตการค้าเสรีกับประเทศคู่ค้าสำคัญทั่วโลกรวมทั้งกับสหภาพยุโรป(อียู) กรอบข้อตกลงเขตการค้าเสรี CPTPP และอาเซียน ปัจจุบันรัฐบาลเวียดนามสนับสนุนการลงทุนอย่างแข็งขันและกระจายอำนาจการตัดสินใจไปที่จังหวัดต่างๆ มากขึ้น  เศรษฐกิจเวียดนามเติบโตถึงร้อยละ 7.08 ในปี 2561 และมีแนวโน้มจะขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ประชากรส่วนใหญ่อยู่ในวัยหนุ่มสาว มีอัตราเงินเฟ้อต่ำและแรงงานที่ขยันขันแข็งอีกทั้งยังมีค่าแรงต่ำแม้มีแนวโน้มจะปรับตัวสูงขึ้น

“เวียดนามเป็นประเทศที่ไทยมีการลงทุนนอกประเทศมากที่สุด  เมื่อคิดรวมการลงทุนทางตรงและการร่วมทุนและซื้อกิจการจะมีมูลค่ากว่า 20 พันล้านเหรียญสหรัฐ  บริษัทใหญ่ๆ ของไทยหลายบริษัทมีแผนขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่องหรือเข้าไปยึดหัวหาดในเวียดนามอย่างคึกคักไม่ว่าจะเป็นสาขาค้าปลีก พลังงาน และการแปรรูปอุตสาหกรรม เวียดนามจึงเป็นประเทศที่นักลงทุนไทยและประเทศต่าง ๆ กำลังจับตามองและให้ความสนใจมาก”นายธานีกล่าว

Advertisement

ทั้งนี้นักธุรกิจและนักลงทุนที่สนใจจะเข้าร่วมโครงการดังกล่าวสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงฮานอยที่เบอร์ +84 90 439 3741 หรืออีเมล์ [email protected] ภายในวันที่ 20 พฤษภาคมนี้