
เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ไซโคลนฟานี ซึ่งเป็นพายุลูกรุนแรงที่สุดที่พัดถล่มประเทศอินเดียในรอบ 5 ปี ได้คร่าชีวิตผู้คนไปแล้วอย่างน้อย 12 ราย ในรัฐโอริศา ทางตะวันออกของอินเดีย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด ก่อนที่ไซโคลนลูกนี้จะเคลื่อนตัวขึ้นไปทางตะวันออกเฉียงเหนือเข้าถล่มประเทศบังกลาเทศต่อไป โดยมีรายงานผู้เสียชีวิตจากอิทธิพลของไซโคลนฟานีในบังกลาเทศแล้ว 9 แล้ว

รอยเตอร์อ้างกรมอุตุนิยิมวิทยาของอินเดียรายงานว่า ไซโคลนฟานีเริ่มอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชั่นขณะเคลื่อนตัวออกไป หลังจากขึ้นฝั่งถล่มพื้นที่ในรัฐโอริศาด้วยกำลังลมสูงถึง 200 กม./ชม. เมื่อวันศุกร์ (3 พ.ค.) ที่ผ่านมา โดยขณะนี้ทางการอินเดียกำลังประเมินความเสียหาย ตลอดจนผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจากฤทธิ์ไซโคลนลูกนี้อยู่ ขณะที่สื่อท้องถิ่นรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 12 รายในรัฐโอริศา ส่วนใหญ่มาจากสาเหตุถูกต้นไม้หักโค่นทับจนเสียชีวิต และว่า การอพยพประชาชนกว่า 1.2 ล้านคน ออกจากพื้นที่เสี่ยงภัยก่อนหน้าหนึ่งวันที่ไซโคลนฟานีจะพัดถล่มอินเดีย ได้ช่วยลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นกับชาวอินเดียได้เป็นอย่างมาก
ขณะที่สำนักข่าวเอเอฟพีอ้างการเปิดเผยของตำรวจบังกลาเทศระบุว่า ได้รับรายงานประชาชนเสียชีวิต 9 ราย ก่อนหน้าที่พายุฟานีจะพัดถล่มบริเวณชายแดนของบังกลาเทศในช่วงเช้าวันเสาร์ (4 พ.ค.) นี้ ขณะเดียวกันพายุลูกนี้ได้ก่อให้เกิดสตอร์มเซิร์จหรือคลื่นพายุซัดฝั่ง จนซัดทำนบกั้นน้ำแตกที่จะจมหมู่บ้านหลายสิบแห่งในพื้นที่ลุ่มตามแนวชายฝั่งของบังกลาเทศให้จมบาดาลได้ อย่างไรก็ดี ขณะนี้ทางการบังกลาเทศได้อพยพประชาชนราว 1.2 ล้านคน ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงในหลายพื้นที่ไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวราว 4,000 แห่ง ที่มีการจัดเตรียมไว้รองรับแล้ว
