หน้าแรก ต่างประเทศ วิตกสงครามการ...

วิตกสงครามการค้ากดราคาน้ำมันดิบดิ่งลง

8.05.19 | 09:58 น.

เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ดิ่งลงมาปิดตลาดที่ระดับปิดต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 29 มี.ค.ในวันอังคาร (7 พ.ค.) ในขณะที่ความขัดแย้งทางการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐทำให้นักลงทุนกังวลกับภาวะเศรษฐกิจโลก และนักลงทุนคาดว่าสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐอาจจะพุ่งขึ้นแตะจุดสูงสุดรอบ 19 เดือน ทั้งนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐระบุในวันอาทิตย์ว่า เขาจะปรับขึ้นอัตราภาษีที่เรียกเก็บจากสินค้าจีนมูลค่า 2 แสนล้านดอลลาร์ โดยปรับขึ้นจาก 10 % สู่ 25 % ภายในช่วงปลายสัปดาห์นี้

โดยราคาน้ำมันดิบสหรัฐส่งมอบเดือนมิ.ย.ดิ่งลง 85 เซนต์ หรือ 1.4 % มาปิดตลาดที่ 61.40 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนก.ค.ที่ตลาดกรุงลอนดอนรูดลง 1.36 ดอลลาร์ หรือ 1.9 % สู่ 69.88 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งถือเป็นระดับปิดต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 4 เม.ย.

ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบสหรัฐได้รับแรงกดดันในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาจากอุปทานน้ำมันดิบที่เพิ่มสูงขึ้น โดยสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐได้ทะยานขึ้นแตะจุดสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.ย. 2017 ในช่วงนี้ และนักวิเคราะห์ในโพลล์รอยเตอร์คาดว่า สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐอาจปรับขึ้นอีก 1.2 ล้านบาร์เรลในช่วงสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 3 พ.ค. ทั้งนี้ หลังจากตลาด NYMEX ปิดทำการในวันอังคาร การปิโตรเลียมสหรัฐ (API) ซึ่งเป็นหน่วยงานของเอกชน ได้เปิดเผยตัวเลขสต็อกน้ำมันสหรัฐประจำสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 3 พ.ค. โดยระบุว่า สต็อกน้ำมันดิบพุ่งขึ้น 2.8 ล้านบาร์เรล สู่ 469.2 ล้านบาร์เรล

ขณะที่สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) ได้เปิดเผยรายงานแนวโน้มพลังงานระยะสั้น โดยคาดว่าปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐอาจะพุ่งขึ้นสู่สถิติสูงสุดใหม่ที่ 12.5 ล้านบาร์เรลต่อวันในปี 2019 โดยปรับขึ้นจาก 11.0 ล้านบาร์เรลต่อวันในปี 2018

ธนาคารแบงก์ ออฟ อเมริกา เมอร์ริล ลินช์คาดว่า ซาอุดีอาระเบียจะปรับเพิ่มปริมาณการผลิตน้ำมันขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ในขณะที่น้ำมันดิบอิหร่านหายไปจากตลาด และทางธนาคารคาดว่า ราคาน้ำมันดิบเบรนท์จะมีระดับฟลอร์อยู่ที่ 70 ดอลลาร์ท่ามกลางภาวะตลาดในปัจจุบัน

Advertisement