เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า กระทรวงสาธารณสุขสิงคโปร์ยืนยันพบผู้ติดเชื้อโรคฝีดาษลิงในคนเป็นรายแรกของประเทศ โดยผู้ติดเชื้อเป็นชายชาวไนจีเรียที่คาดว่าน่าจะได้รับเชื้อไวรัสหายากชนิดนี้มาจากการกินเนื้อสัตว์ป่าในงานเลี้ยงงานแต่งงาน
ทั้งนี้โรคฝีดาษลิงในคน เป็นโรคจากเชื้อไวรัสที่เคยพบระบาดมากในหลายพื้นที่ในแอฟริกากลางและแอฟริกาตะวันตก ซึ่งคนสามารถติดโรคนี้ได้จาการสัมผัสโดยตรงกับเลือด สิ่งคัดหลั่ง หรือตุ่มหนองของสัตว์ที่ติดเชื้อ เช่น หนูและลิง โดยผู้ป่วยจะมีลักษณะอาการของโรค อาทิ มีไข้ หนาวสั่น ปวดกล้ามเนื้อ และมีผื่นขึ้นตามเนื้อตัวก่อนเป็นตุ่มหนอง
กระทรวงสาธารณสุขสิงคโปร์แถลงว่าผู้ติดเชื้อไวรัสฝีดาษลิงในคนรายนี้เป็นชายชาวไนจีเรีย อายุ 23 ปี ซึ่งเดินทางมาถึงประเทศสิงคโปร์เมื่อวันที่ 28 เมษายนที่ผ่านมา โดยผู้ติดเชื้อเริ่มแสดงอาการของโรคใน 2 วันต่อมาและขณะนี้ได้ถูกแยกตัวเพื่อกักกันโรคไว้แล้วที่ศูนย์โรคติดเชื้อของสิงคโปร์ ซึ่งขณะนี้ผู้ป่วยมีอาการทรงตัวแล้ว ขณะที่ยังพบว่ามีบุคคลอย่างน้อย 23 รายที่ได้ติดต่อใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อรายนี้ซึ่งคนกลุ่มนี้ที่อยู่ในสิงคโปร์จะถูกกักตัวเพื่อกักกันโรคและเฝ้ารอดูอาการเอา่ไว้เป็นเวลา 21 วัน อันเป็นมาตรการป้องกันไว้ก่อน
ขณะที่มีรายงานข่าวว่ามีบุคคลรายหนึ่งที่ใกล้ชิดกับชายชาวไนจีเรียผู้ติดเชื้อรายนี้ได้เดินทางออกจากสิงคโปร์ไปแล้วเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม ก่อนที่ผู้ป่วยชายชาวไนจีเรียจะได้รับการวินิจฉัยจากโรงพยาบาลในสิงคโปร์ว่าติดเชื้อไวรัสฝีดาษลิงในคน
ด้านนายเลียว ยี ซิน ผู้อำนวยการบริหารของศูนย์โรคติดเชื้อแห่งชาติของสิงคโปร์ กล่าวว่า ความเสี่ยงของชุมชนในสิงคโปร์ที่จะเกิดการระบาดของโรคฝีดาษลิงในคนนั้นมีน้อย โดยมีอัตราเฉลี่ยผู้ติดเชื้อ 1 รายแพร่เชื้อโรคสู่คนได้ไม่ถึง 1 ราย ซึ่งถือว่ามีโอกาสติดเชื้อโรคนี้น้อยกว่าเชื้อไข้หวัดธรรมดาเสียอีก
ทั้งนี้สิงคโปร์ได้ดำเนินมาตรการเฝ้าระวังเรื่องโรคติดต่ออย่างเข้มงวดมาตั้งแต่หลังจากเกิดการระบาดของไวรัสโรคซาร์สหรือระบบทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรงในสิงคโปร์ปีค.ศ.2003 ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต 33 ราย

