สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันศุกร์(17 พ.ค.)ที่ผ่านมาประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา ประกาศชะลอการบังคับใช้มาตรการปรับขึ้นภาษีกับสินค้าชิ้นส่วนรถยนต์ที่นำเข้ามาในสหรัฐออกไปก่อนเป็นเวลา 6 เดือน ในความพยายามที่จะบีบให้ยุโรปและญี่ปุ่นลงนั่งโต๊ะเจรจาต่อรองเพื่อหาทางประนีประนอมในการทำการค้าระหว่างกัน ซึ่งการตัดสินใจครั้งนี้ของผู้นำสหรัฐยังเป็นการป้องกันการขยายวงศึกพิพาททางการค้าโลกของสหรัฐออกไปจากที่มีปัญหาคุกรุ่นอย่างหนักอยู่กับจีนอยู่แล้ว
ข่าวแจ้งว่า ประธานาธิบดีทรัมป์เห็นพ้องกับรายงานการศึกษาของกระทรวงพาณิชย์สหรัฐที่พบว่ารถยนต์และรถบรรทุกนำเข้าจากต่างประเทศบางส่วน ได้สร้างความอ่อนแอให้กับเศรษฐกิจภายในประเทศของสหรัฐและเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐด้วย ทว่ารายงานการศึกษาดังกล่าวไม่ได้ระบุชัดเจนว่ารถยนต์หรือชิ้นส่วนรถยนต์จากผู้ผลิตใดที่เป็นภัยคุกคามต่อสหรัฐ อย่างไรก็ดีประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศว่าจะยังไม่บังคับใช้มาตรการทางภาษีต่อรถยนต์และชิ้นส่วนรถยนต์ที่นำเข้ามาในสหรัฐในขณะนี้ แต่จะเลื่อนออกไปก่อน 6 เดือน
โดยทรัมป์ยังสั่งการให้นายโรเบิร์ต ไลท์ไฮเซอร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ ใช้เวลาในช่วงนี้ไปเจรจากับอียู ญี่ปุ่น และประเทศอื่นๆ ที่ผู้แทนการค้าสหรัฐเห็นเห็นสมควรและให้กลับมารายงานตนภายใน 180 วัน โดยหากไม่มีการบรรลุข้อตกลงใดๆเกิดขึ้น ผู้นำสหรัฐก็จะพิจารณาตัดสินใจต่อไปว่าจะให้มีการดำเนินมาตรการใดๆเพิ่มเติมหรือไม่อย่างไรต่อไป

