
เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ช่วงเช้าของวันเดียวกันนี้คณะแพทย์ฝรั่งเศสเริ่มทำการปิดสวิตช์เครื่องช่วยชีวิตนายแวงซองต์ ลอมแบร์ ผู้ป่วยอัมพาตชาวฝรั่งเศส อายุ 42 ปี ที่นอนเป็นมนุษย์ผักอยู่ในโรงพยาบาลมาเป็นเวลานานกว่า 10 ปีแล้ว ขณะที่กรณีของผู้ป่วยรายนี้ยังคงเป็นประเด็นถกเถียงอย่างกว้างขวางในประเทศฝรั่งเศสถึงสิทธิในการตายที่พ่อแม่ของผู้ป่วยรายนี้ยังพยายามต่อสู้ทางกฎหมายเพื่อหวังจะยื้อชีวิตของลูกชายเอาไว้
การตัดสินใจปิดระบบเครื่องช่วยชีวิตนายลอมแบร์ของทางคณะแพทย์ในโรงพยาบาลแรงส์มีขึ้นภายใต้ความเห็นขัดแย้งกันเองภายในครอบครัวของนายลอมแบร์ ที่ฝ่ายพ่อแม่ของเขาคัดค้านการถอดเครื่องช่วยชีวิต แต่ภรรยาและลูกอีก 5 คนของนายลอมแบร์สนับสนุนการตัดสินใจของคณะแพทย์ที่เห็นควรให้ถอดเครื่องช่วยชีวิตนายลอมแบร์ ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่ได้รับอำนาจเห็นชอบจากศาลแล้ว

นายฌอง ปายโยต์ ทนายความของพ่อแม่นายลอมแบร์ กล่าวว่า แพทย์โรงพยาบาลแรงส์เริ่มปิดระบบเครื่องช่วยชีวิตนายลอมแบร์แล้วในช่วงเช้าวันจันทร์นี้ ซึ่งเป็นการกระทำที่น่าละอาย เพราะแม้แต่พ่อแม่ของเขายังไม่ได้กอดลูกชายของตัวเอง เช่นเดียวกับสมาชิกในครอบครัวของนายลอมแบร์ยืนยันว่าได้มีการปิดระบบช่วยชีวิตนายลอมแบร์ลงแล้ว
เมื่อวันอาทิตย์(19 พ.ค.)ที่ผ่านมาทีมกฎหมายของพ่อแม่นายลอมแบร์ประกาศว่าจะเดินหน้าต่อสู้ทางกฎหมายในหลายทางในความพยายามสุดท้ายที่จะหยุดยั้งการปิดเครื่องช่วยช่วยชีวิตนายลอมแบร์
ขณะที่นายแพทย์แวงซองต์ ซองเชซ์ แพทย์ผู้ทำการรักษานายลอมแบร์ ได้แจ้งต่อครอบครัวของนายลอมแบร์ถึงการยุติการให้การรักษานายลอมแบร์แล้ว พร้อมกับขอให้ครอบครัวนายลอมแบร์มาอยู่เคียงข้างคนไข้เพื่อให้ช่วงเวลานี้เป็นห้วงเวลาแห่งความสงบและเป็นส่วนตัวเท่าที่จะเป็นไปได้
ทั้งนี้นายลอมแบร์ได้กลายเป็นอัมพาตและนอนเป็นมนุษย์ผักมานานกว่า 10 ปีหลังจากประสบอุบัติเหตุจากการขี่รถมอเตอร์ไซค์ในปีค.ศ.2008
