แฉ ‘มาเลย์’ ส่ง จนท.ปลอมตัวแฝงร้านอาหาร ส่องจับมุสลิม ‘แอบกิน’ ช่วงถือศีลอด

23.05.19 | 18:03 น.
เอเอฟพี

เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม สำนักข่าวเอเอฟพีอ้างรายงานว่า กลุ่มนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิในประเทศมาเลเซียก่นตำหนิการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐที่ปลอมตัวเป็นกุ๊กหรือพ่อครัวและพนักงานเสิร์ฟตามร้านอาหาร เพื่อแอบจับพฤติกรรมของชาวมุสลิมในประเทศที่ไม่ยอมอดอาหารในช่วงการถือศีลอดในเดือนรอมฎอนของชาวมุสลิมในช่วงเวลานี้ว่าเป็นการสอดแนมที่น่าละอาย

การก่นประณามของกลุ่มนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมีขึ้นหลังจากนิวสเตรทส์ไทม์สรายงานอ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่สภาท้องถิ่นระบุว่า ได้มีการส่งเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย 32 คน ปลอมตัวแฝงอยู่ตามร้านอาหาร 185 แห่ง โดยในเขตเซกามัต ในรัฐยะโฮร์ ยังมีการเลือกเจ้าหน้าที่ 2 คนที่มีผิวเข้มและมีฝีมือในการทำอาหารจานนิยมในการปลอมตัวไปเป็นพนักงานในร้านอาหาร ซึ่งนายโมฮาหมัด มัสนี วากิมาน ประธานสภาเทศบาลเซกามัตกล่าวกับนิวสเตรทส์ไทม์สว่า สำเนียงของเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบนี้จะต้องแน่ใจว่าเหมือนกับสำเนียงพูดของชาวอินโดนีเซียและปากีสถานเพื่อลูกค้าจะได้เชื่อว่าพนักงานเหล่านี้ถูกจ้างมาว่าให้ปรุงและเสิร์ฟอาหาร รวมถึงรับออเดอร์อาหาร เนื่องจากพนักงานร้านอาหารในมาเลเซียส่วนใหญ่มักเป็นแรงงานอพยพ

เมื่อเห็นชาวมุสลิมคนใดสั่งอาหารในช่วงเวลากลางวันที่พระอาทิตย์ยังไม่ตกดิน เจ้าหน้าที่ก็จะแอบถ่ายรูปลูกค้าดังกล่าวและแจ้งข้อมูลไปยังเจ้าหน้าที่กรมการศาสนาในพื้นที่เพื่อให้ดำเนินการทางกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ ในประเทศมาเลเซียมีการใช้ระบบกฎหมายสองทางที่ชาวมุสลิมจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายศาสนาอิสลามอย่างเคร่งครัดในพื้นที่ที่กำหนด เช่น ในรัฐยะโฮร์ที่หากชาวมุสลิมคนใดฝ่าฝืนกินอาหารในช่วงการถือศีลอด จะถูกลงโทษด้วยโทษจำคุกสูงถึง 6 เดือน หรือปรับเป็นเงิน 1,000 ริงกิต (ราว 7,600 บาท) หรือรับโทษทั้งจำและปรับ

ซิสเตอร์ส อิน อิสลาม ซึ่งเป็นกลุ่มส่งเสริมสิทธิสตรีมุสลิมในประเทศมาเลเซียก่นประณามแผนการสอดแนมเช่นนี้ว่าเป็นการกระทำที่น่าละอายและสร้างความรู้สึกที่ไม่ดีต่อศาสนาอิสลามในสายตาของเพื่อนชาวมุสลิมด้วยกันและผู้ที่นับถือศาสนาอื่น

Advertisement