เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม สำนักข่าวรอยเตอร์และเอเอฟพีรายงานว่า 7 ชาติอุตสาหกรรมชั้นนำ(จี7) อันประกอบด้วย อังกฤษ แคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา ประกาศคำมั่นที่จะพยายามทำให้เศรษฐกิจโลกเติบโตอย่างแข็งแกร่ง และจะขจัดความแตกต่างของค่าเงินและนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจที่มีอยู่ พร้อมทั้งยังแสดงความห่วงกังวลถึงปัญหาด้านความมั่นคงในภูมิภาคต่างๆ ทั้งกรณีเกาหลีเหนือ รัสเซีย และปัญหาพิพาททางทะเลที่เกี่ยวข้องกับจีน

แถลงการณ์ของจี7 ที่มีทั้งสิ้น 32 หน้า ซึ่งออกมาหลังเสร็จสิ้นการประชุมสุดยอดผู้นำจี7 ที่เมืองอิเสะ-ชิมะ ในจังหวัดมิเอะของญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม ระบุว่า การเติบโตของเศรษฐกิจโลกยังคงมีศักยภาพอยู่ในระดับปานกลางถึงต่ำ ขณะที่ความเสี่ยงของการเติบโตอย่างอ่อนแอยังคงมีอยู่ “การเติบโตของเศรษฐกิจจึงเป็นภารกิจเร่งด่วนของเรา”
แถลงการณ์จี7 ยังระบุว่า “เราจะทำให้เศรษฐกิจของเรามีความยืดหยุ่นมากขึ้นเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดภาวะวิกฤตขึ้นอีก และเพื่อที่จะหยุดยั้งสิ่งนี้ เราจะสนับสนุนความพยายามในการจัดการกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในปัจจุบันด้วยการดำเนินนโยบายที่เหมาะสมที่มีอยู่ทั้งหมด”

ต่อประเด็นค่าเงิน จี7 ประกาศจะยึดกลไกตลาดในการแลกเปลี่ยนสกุลเงิน และจะหลีกเลี่ยงการแข่งขันลดค่าเงินในสกุลเงินของตนเอง พร้อมทั้งยังเตือนถึงการเคลื่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราที่เคลื่อนไหวอย่างรุนแรง

รายงานข่าวระบุว่า ท่าทีที่ จี7 ประกาศออกมาข้างต้น แสดงให้เห็นถึงการประนีประนอมกันระหว่างญี่ปุ่นที่ก่อนหน้านี้ขู่จะเข้าแทรกแซงค่าเงินเพื่อสกัดการแข็งค่าขึ้นของค่าเงินเยน แต่สหรัฐคัดค้านมาตรการแทรกแซงดังกล่าว

จี7 ยังประกาศจะดำเนินนโยบายที่เข้มแข็งและสมดุลผสมผสานกัน เพื่อทำให้การเติบโตของเศรษฐกิจโลกเป็นไปอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน โดยยังคำนึงถึงสถานการณ์ของแต่ละประเทศ ขณะเดียวกันจะดำเนินความพยายามต่อไปในการจัดการกับปัญหาหนี้สาธารณะบนวิถีทางที่ยั่งยืน
ทั้งนี้ นายชินโสะ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น เน้นย้ำถึงความจำเป็นของการดำเนินนโยบายการคลังที่ยืดหยุ่นในการฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ขณะที่นางอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี แสดงความกังขาต่อการใช้งบประมาณรายจ่ายของภาครัฐในการกระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจ
ประเด็นด้านความมั่นคง ชาติจี7 เรียกร้องให้เกาหลีเหนือปฏิบัติตามมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติและยุติการทดสอบนิวเคลียร์ ขีปนาวุธ และยุติการกระทำที่ยั่วยุต่างๆ จี7 ยังประณามการผนวกดินแดนไครเมียของรัสเซีย โดยขู่ว่ารัสเซียจะเผชิญมาตรการตอบโต้อีก
จี7 ยังแสดงความห่วงกังวลต่อสถานการณ์ในทะเลตะวันออกและทะเลจีนใต้ ที่จีนแสดงการรุกรานอ้างสิทธิมากขึ้น อย่างไรก็ดี ในแถลงการณ์ของจี7 ที่ไม่ได้ระบุอ้างถึงจีนโดยตรง ยังตอกย้ำพันธกิจของตนในการแก้ปัญหาพิพาททางทะเลด้วยสันติวิธีและเคารพเสรีภาพในการเดินเรือและการบินเหนือน่านฟ้า นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้ทุกประเทศที่มีกรณีพิพาท ยับยั้งการกระทำแต่เพียงฝ่ายเดียว ที่อาจยิ่งทำให้บรรยากาศตึงเครียดมากขึ้น
ต่อประเด็นการแสดงประชามติว่าด้วยสมาชิกภาพในสหภาพยุโรป(อียู)ของอังกฤษ ที่จะมีขึ้นในเดือนหน้า จี7 ชี้ว่าการถอนตัวออกจากอียูของอังกฤษ หรือ “เบร็กซิท” จะก่อความเสี่ยงภัยอย่างร้ายแรงต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลก

