ทางการเนปาลยังเปิดให้ขึ้นเขาต่อ แม้ ‘เอเวอเรสต์’ ยังแออัด

(Nirmal Purja/@Nimsdai Project Possible via AP)

สำนักข่าวเอพีรายงานว่า แม้ว่ายอดตัวเลขของนักไต่เขาที่เทือกเขาเอเวอเรสต์ ที่สูงถึง 11 คนแล้วในปีนี้ และการสัญจรที่คับคั่งผิดปกติบนเทือกเขาจากบรรดานักไต่เขาอยากขึ้นไปพิชิตให้ได้ในปีนี้ แต่ทางการเนปาลซึ่งเป็นทางขึ้นเอเวอเรสต์ทางยอดนิยมของนักปีนเขาก็ยังออกใบอนุญาตปีนเขาเอเวอเรสต์ออกมาเรื่อยๆ จนมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ในปีนี้ นายโมหัน กฤษนะ สัปโคตะ เลขาธิการกระทรวงการท่องเที่ยวและการบินพลเรือนของเนปาลยืนยันเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคมว่า หลังจากมีนักปีนเขาเสียชีวิตไป 11 คนในปีนี้ การท่องเที่ยวของเนปาลยังไม่มีการจำกัดจำนวนใบอนุญาตปีนเขาเอเวอเรสต์ แต่กลับพยายามผลักดันให้มีนักท่องเที่ยวและนักปีนเขามาให้มากขึ้น โดยไม่เชื่อว่าภาวะแออัดเป็นสาเหตุของการเสียชีวิต แต่นายสัปโคตะชี้ว่าเกิดจากสภาพอากาศ,อุปกรณ์และการที่นักปีนเขาไม่มีออกซิเจนสำรองติดตัวไปเพียงพอมากกว่า

ทั้งนี้ เนปาล เป็นหนึ่งในประเทศที่ยากจนที่สุดในโลก และมีรายได้หลักจากอุตสาหกรรมการปีนเขา ที่สร้างรายได้ให้มากถึงปีละ 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี โดยไม่มีการจำกัดการออกใบอนุญาตปีนเขา หรือควบคุมเส้นทางหรือช่วงเวลาของการเปิดให้ปีนเขา ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของบริษัททัวร์และไกด์ ที่อาศัยช่วงเวลาที่อากาศปลอดโปร่ง พานักไต่เขาปีนเขาเอเวอเรสต์

นายคุล บาฮาดูร์ กูรุง เลขาธิการสมาคมนักปีนเขาเนปาล กล่าวว่า ตอนนี้มีผู้คนอยู่บนเทือกเขาเอเวอเรสต์มากเกินกว่าที่ควร และว่า เนปาลขาดซึ่งกฎและข้อบังคับที่จะกำหนดว่าจะต้องมีคนขึ้นไปบนเขาได้กี่คนและได้เมื่อใดบ้าง

โดยยอดตัวเลขผู้เสียชีวิตบนเขาเอเวอเรสต์ปีนี้ สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี พ.ศ.2558 เป็นต้นมา ส่วนใหญ่เสียชีวิตเนื่องจากอาการป่วยบนที่สูง ที่จะทำให้ขาดก๊าซออกซิเจนและทำให้เกิดอาการปวดหัว อาเจียน หายใจติดขัดและการเกิดอาการจิตหลอน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon