นิคเคอิเอเชียนรีวิวรายงานว่า นายกรัฐมนตรีมหาธีร์ โมฮัมหมัด ของมาเลเซีย ใช้โอกาสในการกล่าวบนเวทีการประชุม “ฟิวเจอร์ ออฟ เอเชีย” ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม เรียกร้องให้สหรัฐอเมริกาประนีประนอมกับจีนในข้อพิพาทที่มีอยู่ระหว่างกัน ซึ่งรวมถึงกรณีของบริษัทหัวเว่ย ยักษ์ใหญ่ด้านโทรคมนาคมของจีนที่ถูกรัฐบาลสหรัฐขึ้นบัญชีดำห้ามบริษัทเอกชนของสหรัฐทำการค้าด้วย เนื่องจากห่วงกังวลด้านความมั่นคงของสหรัฐ โดยนายมหาธีร์เตือนว่าความล้มเหลวที่จะเจรจากันของสองชาติมหาเศรษฐกิจโลกที่กำลังเปิดศึกการค้าระหว่างกันอยู่นี้ อาจจะนำไปสู่ความขัดแย้งทางทหารขึ้นได้
ทั้งนี้นายมหาธีร์กล่าวว่าหัวเว่ยประสบผลสำเร็จในการพัฒนาเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าเหนือสหรัฐ ขณะที่สหรัฐมีขีดความสามารถในการวิจัยและพัฒนาที่แข็งแกร่งมานาน พวกเขาจะต้องยอมรับว่าขีดความสามารถนี้ในตอนนี้สามารถพบได้ในตะวันออกแล้ว “ถ้าผมนำหน้าคุณไม่ได้ ผมจะแบนคุณ ผมจะส่งเรือรบไป แบบนี้ไม่ใช่การแข็งขัน แต่เป็นการขู่คุกคาม” มหาธีร์กล่าว
ขณะที่มีหลายประเทศ เช่น ญี่ปุ่นและออสเตรเลีย หลีกเลี่ยงการใช้อุปกรณ์ของหัวเว่ยแล้วหลังการขึ้นบัญชีดำของสหรัฐ แต่นายมหาธีร์กล่าวว่ามาเลเซียจะพยายามใช้เทคโนโลยีของหัวเว่ยให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพราะการวิจัยของหัวเว่ยใหญ่กว่าขีดความสามารถของมาเลเซียมากและตนไม่มีความกังวลกับการกล่าวหาเรื่องการสอดแนมจารกรรมข้อมูล เพราะมาเลเซียเป็นประเทศที่เปิดเผย
และแม้ผู้นำมาเลเซียจะแสวงหาการรักษาความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับจีน คู่ค้าสำคัญของตนเองเอาไว้ แต่นายมหาธีร์ยังแสดงท่าทีต่อต้านการแผ่ขยายอิทธิพลทางทหารของจีนในภูมิภาคทะเลจีนใต้ โดยกล่าวว่าไม่ควรมีเรือรบใดอยู่ในทะเลจีนใต้ เพราะหากเกิดเหตุการณ์ใดเพียงเล็กน้อย ก็อาจจะนำไปสู่สงครามได้

