สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ผู้อพยพชาวซีเรีย 68 คน ในจำนวนนี้เป็นเด็ก 31 คน เดินทางถึงมาเลเซีย เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม นับเป็นผู้อพยพกลุ่มที่ 2 จากจำนวนทั้งหมด 3,000 คน ที่มาเลเซียหวังว่าจะรับเข้ามา โดยผู้อพยพชุดต่อไปจำนวนหลายร้อยคนจะตามมาอีกในเร็วๆ นี้ หลังจากที่เมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว มาเลเซียรับผู้อพยพชาวซีเรียชุดแรกเข้ามาแล้วจำนวน 11 คน ซึ่งผู้อพยพกลุ่มดังกล่าวมีญาติอาศัยอยู่ในมาเลเซีย
นายซาฮิด ฮามีดี รองนายกรัฐมนตรีมาเลเซียกล่าวว่า ผู้อพยพชาวซีเรียกลุ่มนี้ที่เดินทางเข้ามายังมาเลเซียผ่านทางเลบานอน จะได้รับอนุญาตให้ทำงานในมาเลเซียได้ และเด็กๆ จะได้เข้าเรียนในโรงเรียนของรัฐบาล
“มาเลเซียจะรับผู้อพยพชาวซีเรียให้ได้ทั้งหมด 3,000 คน โดยอีกราว 200 คนจะเดินทางมาถึงในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า” นายซาฮิดกล่าว และว่า คนกลุ่มนี้จะได้รับการจัดหาที่พักให้และได้รับความช่วยเหลือทางการเงินระหว่างที่พำนักอยู่เป็นการชั่วคราว โดยองค์กรพัฒนาเอกชน (เอ็นจีโอ) ท้องถิ่นจะให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม
ข่าวระบุว่า ผู้อพยพที่เดินทางมาถึงมาเลเซีย มีสีหน้ายิ้มแย้มขณะเดินลงจากเครื่องบินที่สนามบินในฐานทัพอากาศซูบัง รัฐสลังงอร์ ทางตะวันตกของกรุงกัวลาลัมเปอร์
เมื่อปีที่แล้ว นายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัก ของมาเลเซีย ประกาศว่าจะรับผู้อพยพชาวซีเรีย 3,000 คนในช่วงเวลา 3 ปี เพื่อช่วยผ่อนคลายวิกฤตผู้อพยพ อย่างไรก็ตาม มาเลเซียไม่ได้เป็นภาคีของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยสถานภาพผู้ลี้ภัย ทำให้ไม่มีกฎหมายในการปกป้องผู้อพยพ แม้ว่าจะเป็นการรับมาอาศัยอยู่ชั่วคราวก็ตาม โดยตามกฎหมายมาเลเซียแล้ว ผู้อพยพจะถือว่าเป็นบุคคลเข้าเมืองผิดกฎหมาย และไม่ได้รับการยินยอมให้ทำงาน

