รัฐบาลสหรัฐภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมากล่าวหาจีนว่ากำลังใส่ความสหรัฐ และกำลังบิดเบือนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการเจรจาการค้าระหว่าง 2 ประเทศ ทั้งยังกล่าวหาจีนว่าเป็นฝ่ายกลับคำสัญญาในข้อตกลงการค้าระหว่างกัน
“ท่าทีในการเจรจาของสหรัฐมีความต่อเนื่องตลอดการหารือที่ผ่านมา แต่จีนเป็นฝ่ายเปลี่ยนใจและกลับคำสัญญาในประเด็นสำคัญของสิ่งที่ทั้งสองฝ่ายได้เคยให้ความเห็นชอบกันไปแล้ว” แถลงการณ์ของสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (ยูเอสทีอาร์) ระบุ
ยูเอสทีอาร์ยังชี้ด้วยว่าสหรัฐรู้สึกผิดหวังที่จีนเลือกที่จะใช้การออกแถลงการณ์เพื่อกล่าวโทษและทำให้เกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับข้อเท็จจริงและประวัติศาตร์ของการเจรจาการค้าระหว่างสองประเทศ
การออกมาแสดงความเห็นดังกล่าวของฝ่ายสหรัฐถูกมองว่าเป็นการตอบโต้หลังจากที่จีนได้เผยแพร่เอกสารกล่าวหาสหรัฐ ว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้การเจรจาต้องประสบปัญหาชะงักงันอยู่ในปัจจุบัน
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 2 มิถุนายนที่ผ่านมา จีนได้ออกเอกสารแสดงจุดยืนในการเจรจาการค้ากับสหรัฐโดยย้ำว่า การบรรลุข้อตกลงทางการค้าระหว่างกันจะเกิดขึ้นต่อเมื่อสหรัฐต้องยกเลิกการเพิ่มกำแพงภาษีกับสินค้านำเข้าจากจีนทั้งหมด โดยจีนพร้อมที่จะทำงานร่วมกับสหรัฐเพื่อให้ได้ข้อตกลงที่ทั้งสองฝ่ายต่างได้รับผลประโยชน์ร่วมกัน และภายใต้การเคารพซึ่งกันและกัน เพราะไม่ควรมีฝ่ายใดที่จะล้ำเส้น และไม่ควรที่จะมีฝ่ายใดต้องสังเวยสิทธิในการพัฒนาของตนเอง หรือมีการบ่อนทำลายอำนาจอธิปไตยของกันด้วย
ความหวังที่สองประเทศจะสามารถบรรลุความตกลงการค้าระหว่างกันได้เร็วๆ นี้ต้องล้มเหลวลงอย่างไม่เป็นท่า หลังจากที่เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา รัฐบาลสหรัฐภายใต้การนำของทรัมป์ได้ประกาศขึ้นกำแพงภาษีสินค้านำเข้าจากจีนมูลค่า 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐจาก 10% เป็น 25% และยังขู่ที่จะเพิ่มกำแพงภาษีกับสินค้านำเข้าจากจีนที่เหลือทั้งหมดอีกด้วย

