สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน องค์การอนามัยโลก(ฮู) ออกมาเตือนถึงการไร้ความคืบหน้าในการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในทั่วโลก ที่เป็นผลให้มีผู้ติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่สามารถรักษาได้ (เอสทีดี) หรือ การติดเชื้อโรคทางเพศสัมพันธ์ (เอสทีไอ) รายใหม่เกิดขึ้นในแต่ละวันมากถึงกว่า 1 ล้านราย ขณะที่ฮูพบว่าในปี 2016 มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ในโรคคลามัยเดีย (หนองในเทียม) โรคหนองใน โรคติดเชื้อทริโคโมแนส และ โรคซิฟิลิส ทั่วโลกจำนวนมากกว่า 376 ล้านราย
นางเตียโดรา วี ผู้เชี่ยวชาญด้านการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์(เอสทีไอ)ของฮู กล่าวว่า เป็นเรื่องที่น่าห่วงวิตก หากผู้คนใช้ถุงยางอนามัยกันน้อยลง เนื่องจากมีความเกรงกลัวต่อการติดเชื้อเอชไอวีที่เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์กันน้อยลง เหตุเพราะเห็นว่าในขณะนี้มีวิธีการรักษาและยาต้านไวรัสที่มีประสิทธิผลดีขึ้น นอกจากนี้คนส่วนใหญ่ยังมีความชะล่าใจกันมากขึ้นเกี่ยวกับป้องกันโรค ซึ่งนี่เป็นอันตรายในช่วงเวลาที่มีการเข้าถึงเรื่องเพศกันมากขึ้นผ่านช่องทางต่างๆ อย่าง แอพพลิเคชั่นหาคู่
ด้านนายปีเตอร์ ซาลามา ผู้อำนวยการบริหารด้านการดูแลสุขภาพถ้วนหน้าของฮู กล่าวแสดงความห่วงกังวลต่อการไร้ซึ่งความคืบหน้าในการหยุดยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในทั่วโลก พร้อมกับเรียกร้องให้รัฐบาลต่างๆ ให้หลักประกันว่าประชาชนทุกคนได้เข้าถึงการบริการเพื่อการป้องกันและรักษาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
ทั้งนี้ รายงานฉบับล่าสุดของฮูชี้ว่าในปี 2016 ซึ่งเป็นปีที่มีการเก็บรวบรวมข้อมูลล่าสุดพบว่ามีคนจำนวนราว 127 ล้านคนทั่วโลก อายุระหว่าง 15-49 ปี ติดเชื้อโรคคลามัยเดีย อีก 87 ล้านคนติดเชื้อโรคหนองใน และอีก 6.3 ล้านคนติดเชื้อโรคซิฟิลิส และมีผู้ติดเชื้อโรคทริโคโมแนส ซึ่งเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อีกโรคหนึ่ง ราว 156 ล้านคน
“โดยเฉลี่ยแล้วราว 1 ใน 25 รายของประชากรโลก มีการติดเชื้อเอสทีไออย่างน้อย 1 ชนิด” ฮูระบุ และว่า การที่การติดเชื้อเอสทีไอในระยะแรกมักไม่แสดงอาการออกมา ทำให้คนเราไม่ทราบว่าตนเองติดเชื้อและจำเป็นต้องรักษา ส่งผลให้โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เหล่านี้เแพร่ระบาดต่อไป ซึ่งเมลานี เทเลอร์ ผู้เชี่ยวชาญของฮูและผู้เขียนรายงานฉบับนี้ กล่าวว่า เราเห็นว่านี่คือการระบาดแบบซ่อนเร้น เป็นการระบาดเงียบและเป็นการระบาดที่อันตราย หากปล่อยไว้ไม่ได้รักษา โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เหล่านี้จะสามารถนำไปสู่อาการรุนแรงและภาวะเรื้อรังที่รวมถึงโรคที่เกี่ยวกับระบบประสาท โรคหัวใจ ภาวะไม่เจริญพันธุ์ การคลอดทารกที่ตายในครรภ์ และเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวีมากขึ้นได้
โดยฮูชี้ว่าเฉพาะโรคซิฟิลิสเพียงโรคเดียวได้ก่อให้เกิดภาวะการคลอดทารกที่ตายในครรภ์และการตายของทารกแรกเกิดในปี 2016 จำนวนถึง 200,000 ราย

