เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน สำนักข่าวเอพีรายงานว่า ไมเคิล บลูมเบิร์ก มหาเศรษฐีใจบุญชาวอเมริกันและอดีตนายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก ประกาศจะควักเงินลงทุนจำนวน 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 15,650 ล้านบาท) ในการต่อสู้กับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศโลกด้วยการตั้งเป้าจะปิดโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ยังคงเหลืออยู่ในสหรัฐอเมริกาลงให้ได้ทั้งหมดภายในปีค.ศ.2030 และทำให้สหรัฐก้าวไปสู่เศรษฐกิจพลังงานสะอาดร้อยเปอร์เซ็นต์ให้ได้
การลงทุนนี้ของบลูมเบิร์กจะเป็นการลงทุนในโครงการที่เรียกว่า “Beyond Carbon Initiative” ที่จะเป็นการบริจาคเพื่อการลงทุนในความพยายามต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศโลกครั้งใหญ่ที่สุด ซึ่งนายบลูมเบิร์กจะเป็นผู้ประกาศแผนการนี้ที่สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ในวันศุกร์(7 มิ.ย.)ตามเวลาท้องถิ่น
แถลงการณ์ของบลูมเบิร์กที่ออกมาก่อนหน้าระบุว่า “เรากำลังทำงานแข่งกับเวลาในการต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศโลกและยังไร้ซึ่งความหวังต่อการดำเนินการอันหาญกล้าในเรื่องนี้จากรัฐบาลกลาง อย่างน้อยก็ใน 2 ปีจากนี้ ซึ่งธรรมชาติรอปฏิทินการเมืองไม่ได้และเราก็เช่นกัน”
โดยโครงการความริเริ่มนี้ของบลูมเบิร์กจะเลี่ยงการอาศัยอำนาจรัฐบาลกลาง แต่จะพึ่งอำนาจรัฐบาลแห่งรัฐและระดับท้องถิ่นในการผ่านนโยบายด้านพลังงานสะอาดและการต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ
ทั้งนี้มูลนิธิของบลูมเบิร์กได้ทำงานมาเป็นเวลาหลายปีกับเซียร์ราคลับในการเดินหน้าปิดโรงไฟฟ้าถ่านหินในประเทศ ซึ่งนับจากปี 2011 เป็นต้นมา มีโรงไฟฟ้าถ่านหินราวครึ่งหนึ่งที่ปิดตัวลงไปแล้วจากที่มีอยู่ทั่วประเทศสหรัฐทั้งสิ้น 530 แห่ง

