
ผลการสำรวจความเห็นที่จัดทำโดยมูนิธิเกาหลีต่อกรณีครบรอบ 1 ปีของการเจอกันครั้งประวัติศาสตร์ระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐกับนายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือที่ประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 12 มิถุนายนปีที่ผ่านมาชี้ว่า แทบจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ เกิดขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ทั้งนี้ผู้คนส่วนใหญ่ยังมองว่าความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศที่เคยเป็นคู่ขัดแย้งกันแทบไม่มีอะไรที่จะพัฒนาขึ้นมาจากเดิม และความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศก็ยังแทบจะไม่มีความแตกต่างจากปีก่อนหน้านี้
รายงานข่าวระบุว่าจีนเป็นประเทศเดียวที่ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เห็นว่าความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐและเกาหลีเหนือมีพัฒนาการดีขึ้น ขณะที่ชาวอเมริกัน 30% และชาวญี่ปุ่น 27% เห็นว่าความสัมพันธ์ของสองประเทศนี้เลวร้ายลง
การสำรวจความเห็นดังกล่าวได้จัดทำขึ้นโดยมีการสัมภาษณ์บุคคล 1,000 คนในสหรัฐ จีน ญี่ปุ่น และรัสเซียในช่วงกลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา แต่เพิ่งมีการเผยแพร่ในวันนี้ ซึ่งถือเป็นวันครบรอบ 1 ปีของการเจอกันครั้งประวัติศาสตร์ของผู้นำทั้งสอง
ผู้ทำวิจัยระบุว่าการที่ไม่สามารถมีข้อตกลงใดๆ ได้ในการพบปะกันครั้งที่ 2 ที่กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม แม้ว่าจะมีการหารือกันอย่างหนักมาก่อนหน้านี้ ซึ่งรวมถึงข่าวของความเป็นไปได้ที่จะมีการประกาศความตกลงเกี่ยวกับสันติภาพในการประชุมครั้งนั้น ส่งผลกระทบในแง่ลบในสายตาของสาธารณชนเกี่ยวกับการดำเนินการทางการทูตกับเกาหลีเหนือ และทำให้ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่มองว่าการเจรจาล้มเหลว
