เว็บไซต์อาเซียน ทูเดย์ รายงานเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน ระบุว่ามีเจ้าของที่ดินตามแนวเส้นทางรถไฟความเร็วสูงจีน-ลาว จำนวนมากยังไม่ได้รับเงินชดเชยจากการถูกเวนคืนที่ดิน เพื่อส่งมอบต่อให้กับทางการจีนนำไปใช้ก่อนสร้างเส้นทางรถไฟและสิ่งปลูกสร้างประกอบในโครงการที่มีมูลค่า 6,000 ล้านดอลลาร์นี้
โครงการเส้นทางรถไฟความเร็วสูงในส่วนของลาวนั้นจะเริ่มต้นที่แขวงนครเวียงจันทน์มุ่งขึ้นเหนือผ่านตอนเหนือของแขวงหลวงพระบาง เพื่อไปบรรจบกับเส้นทางของจีนที่ด่านชายแดน บ่อเต็น-โมฮานทางตอนเหนือของประเทศความยาวรวมทั้งสิ้น 420 กิโลเมตร กลุ่มบริษัทไชนา เรลเวย์ เป็นผู้ก่อสร้าง เริ่มต้นก่อสร้างมาตั้งแต่เดือนธันวาคม ปี 2559 โดยรัฐบาลลาวคาดว่าจะแล้วเสร็จได้ภายในปี 2564 นี้ ซึ่งเมื่อเปิดดำเนินการแล้วรถไฟจะสามารถทำความเร็วได้สูงสุดถึง 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ลดเวลาเดินทางจากชายแดนจีนสู่เมืองหลวงของประเทศจาก 2 วันให้เหลือเพียง 3 ชั่วโมงเท่านั้น
แม้ว่า 2 ใน 3 ของเส้นทางดังกล่าวจะเป็นเส้นทางผ่านภูเขาซึ่งต้องขุดอุโมงค์ลอดและเป็นแม่น้ำที่ต้องสร้างสะพานข้าม แต่ก็ยังจำเป็นต้องเวนคืนที่ดินรวม 3,832 เฮคแตร์ เพื่อสร้างสถานีและสิ่งปลูกสร้างประกอบอื่นๆ เช่น กลุ่มอาคารเชิงพาณิชย์ และโรงแรมที่วังเวียงเป็นต้น ส่งผลกระทบต่อชาวลาวในท้องถิ่นรวม 4,411 ครอบครัว ต้องอพยพออกจากที่ดินที่ทำกินก่อนหน้านี้ ไปตั้งถิ่นฐานยังที่ใหม่และอยู่ในข่ายได้รับเงินชดเชยจากการเวนคืนที่ดินเหล่านั้น อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้มีเพียง 230 ครอบครัวเท่านั้นที่ได้รับเงินชดเชยจากการเวนคืนแล้ว ส่วนที่เหลือแม้แต่ยอดรวมของเงินชดเชยก็ยังไม่มีการกำหนด แต่ที่ถูกใช้ไปในการก่อสร้างแล้ว
ก่อนหน้านี้รายงานข่าวของวิทยุเอเชียเสรีระบุว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลผู้หนึ่งอ้างว่าการจ่ายเงินชดเชยการเวนคืนจะแล้วเสร็จภายในปี 2563 นี้ แต่นางลัดตะนะมะนี คูนนีวง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงโยธาธิการและขนส่ง ระบุว่า รัฐบาลได้ใช้จ่ายงบประมาณที่กันไว้สำหรับการเวนคืนจำนวน 156 ล้านดอลลาร์ไปหมดแล้ว และกำลังยื่นขอกู้เงินจากทางการจีนอีก 150 ล้านดอลลาร์เพิ่มเติมเพื่อนำมาใช้เพื่อการนี้ให้แล้วเสร็จ

