ทีมสอบสวนนานาชาติประกาศตั้งข้อหาฆาตกรรมและได้มีการออกหมายจับสากลกับบุคคลสัญชาติรัสเซีย 3 รายและยูเครน 1 รายในข้อหามีส่วนเกี่ยวข้องกับการยิงเครื่องบินของสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์เที่ยวบินที่เอ็มเอช 17 จนเป็นเหตุให้ผู้โดยสารทั้ง 298 คนเสียชีวิตยกลำในพื้นที่ด้านตะวันออกของประเทศยูเครนเมื่อปี 2557
บุคคลสัญชาติรัสเซีย 3 คนที่ถูกตั้งข้อหาเป็นเจ้าหน้าที่หรืออดีตเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองของรัสเซีย และเป็นอดีตทหารในหน่วยรบพิเศษ ขณะที่บุคคลสัญชาติยูเครนเพียงหนึ่งรายที่ถูกตั้งข้อหาไม่ได้มีพื้นฐานทางด้านการทหาร แต่เป็นผู้กำกับดูแลหน่วยงานสู้รบในพื้นที่ด้านตะวันออกของยูเครน
อัยการเนเธอแลนด์ระบุว่า ผู้ต้องหาเหล่านี้มีบทบาทสำคัญต่อการเสียชีวิตของพลเรือนผู้บริสุทธิ์ถึง 298 ชีวิต แม้ว่าบุคคลทั้งหมดจะไม่ได้เป็นผู้กดระเบิดด้วยตนเอง แต่เชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในการนำเครื่องยิงขีปนาวุธเข้าไปติดตั้งในพื้นที่ดังกล่าว โดยมีเป้าหมายเพื่อที่จะใช้สำหรับยิงเครื่องบิน
ทางการเนเธอร์แลนด์จะเริ่มต้นการพิจารณาความผิดของบุคคลเหล่านี้ในเดือนมีนาคมปีหน้า ซึ่งคาดว่าจะเป็นการดำเนินคดีโดยที่ผู้ต้องหาไม่มาปรากฏตัวในศาล เนื่องจากทางการเนเธอร์แลนด์ระบุว่ารัสเซียไม่ให้ความร่วมมือใดๆ กับการสอบสวน และคาดว่าจะไม่ยินยอมส่งตัวผู้ต้องหามาสู้คดี
ด้านกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาว่าที่ผ่านมารัสเซียไม่ให้ความร่วมมือกับการสอบสวน ทั้งยังกล่าวหากระบวนการสอบสวนที่เกิดขึ้นว่ามีเป้าหมายเพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของรัสเซียในสายตาประชาคมระหว่างประเทศ และเป็นข้อกล่าวหาที่ปราศจากข้อมูลโดยสิ้นเชิง
ขณะที่รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมเนเธอร์แลนด์ระบุในจดหมายที่ส่งถึงรัฐสภาว่า เนเธอร์แลนด์ได้มีการดำเนินการตามขั้นตอนทางการทูตต่อกรณีที่รัสเซียไม่ดำเนินการตามคำขอในขั้นตอนทางกฎหมาย และยังไม่ให้ข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวด้วย
ทั้งนี้เครื่องบินของสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์เที่ยวบินที่เอ็มเอช 17 ถูกยิงร่วงขณะบินผ่านน่านฟ้าทางด้านตะวันออกของประเทศยูเครน ซึ่งถูกยึดครองโดยกลุ่มแบ่งแยกดินแดนที่ฝักใฝ่รัสเซียเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2557 หลังบินออกจากนครอัมสเตอร์ดัมของเนเธอร์แลนด์ มุ่งหน้าไปยังกรุงกัวลาลัมเปอร์ของประเทศมาเลเซีย เป็นเหตุให้ผู้โดยสารเสียชีวิตยกลำ

