เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า การประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มจี 20 ที่มีขึ้นเป็นเวลา 2 วันที่นครโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น ได้ปิดฉากลงแล้ว โดยที่ประชุมได้ออกแถลงการณ์เตือนถึงความเสี่ยงภัยต่อระบบเศรษฐกิจโลกที่มีมากขึ้น แต่ไม่ได้มีการประณามการกีดกันทางการค้าที่ถูกนำมาใช้ตอบโต้กัน หากแต่เรียกร้องให้แต่ทุกฝ่ายร่วมมือกันในการเสริมสร้างบรรยากาศการค้าที่เสรีและเป็นธรรม หลังจากหลายชาติแสดงความห่วงกังวลถึงปัญหานี้ว่าเต็มไปด้วยอุปสรรคที่ยากลำบาก
แถลงการณ์ของกลุ่มจี 20 ระบุว่าการเติบโตของเศรษฐกิจโลกยังคงอยู่ในระดับต่ำและตกอยู่ในความเสี่ยง ขณะที่บรรยากาศทางการค้าและภูมิรัฐศาสตร์ทวีความตึงเครียดมากขึ้น
“เรามุ่งมั่นให้ความตระหนักถึงบรรยากาศการค้าและการลงทุนที่เสรี เป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ โปร่งใส คาดการณ์ได้และมีเสถียรภาพ และเปิดตลาดการค้าของเราไว้” แถลงการณ์ผู้นำจี 20 ระบุ แต่ไม่มีถ้อยคำที่เรียกร้องให้เห็นถึงความจำเป็นที่จะต้องต่อต้านมาตรการกีดกันทางการค้า
ด้านนายชินโสะ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น เจ้าภาพจัดการประชุมกล่าวว่า จี 20 เห็นพ้องกันในหลักการพื้นฐานในการสนับสนุนระบบการค้าพหุภาคี และกลุ่มจี 20 ยังให้คำมั่นร่วมกันว่าจะดำเนินการอย่างแข็งขันในการปรับปรุงกลไกแก้ปัญหาข้อพิพาททางการค้าอย่างองค์การการค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ)
อย่างไรก็ดีรอยเตอร์รายงานว่า ในการเตรียมการออกแถลงการณ์จี 20 ญี่ปุ่นซึ่งเป็นประธานการประชุมครั้งนี้ได้พยายามจะหาจุดยืนร่วมกันระหว่างสหรัฐอเมริกาที่คัดค้านการระบุถ้อยคำที่เป็นการประณามการกีดกันทางการค้าลงในแถลงการณ์ฉบับนี้ กับชาติสมาชิกอื่นที่ต้องการให้มีการะบุถ้อยคำที่เป็นการส่งเสียงเตือนอย่างแข็งขันต่อบรรยากาศการค้าโลกที่ตึงเครียดขึ้นไว้ในแถลงการณ์นี้ด้วย ซึ่งประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย เปิดเผยในการแถลงกับผู้สื่อข่าวในภายหลังว่า ไม่มีการตัดสินใจที่คืบหน้า แต่ผู้เข้าร่วมการประชุมทุกคนยืนยันในความมุ่งมาดปรารถนาที่จะทำงานร่วมกันให้มากขึ้นในการปรับปรุงระบบการค้าโลก รวมถึงการมุ่งมั่นที่จะปฏิรูปดับเบิลยูทีโอ
ทั้งนี้การประชุมกลุ่มผู้นำจี 20 มีขึ้นท่ามกลางบรรยากาศการค้าโลกที่ตกอยู่ในความตึงเครียด หลังจากสหรัฐอเมริกาและจีน สองชาติมหาอำนาจเศรษฐกิจโลก ทำสงครามทางการค้าตอบโต้กันไปมา ทว่าในเวทีการประชุมครั้งนี้มีท่าทีประนีประนอมกันมากขึ้นระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ที่ได้พบปะเจรจากันในวันเดียวกันนี้ โดยผู้นำทั้งสองตกลงเห็นพ้องกันที่จะเริ่มการเจรจาการค้าที่ยังคงมีประเด็นขัดแย้งแตกต่างระหว่างกันใหม่

