คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ(ยูเอ็นเอชอาร์ซี) ลงมติเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคมที่ผ่านมา ให้มีการทำการสอบสวนเกี่ยวกับข้อกล่าวหาการสังหารหมู่ที่เกิดจากนโยบายสงครามยาเสพติดของประธานาธิบดีโรดริโก ดูแตร์เต ของฟิลิปปินส์
ทั้งนี้รัฐบาลฟิลิปปินส์ระบุว่านับตั้งแต่นายดูแตร์เตขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีที่มาจากการเลือกตั้งของฟิลิปปินส์เมื่อปี 2559 มีผู้เสียชีวิตเนื่องจากถูกตำรวจวิสามัญฆาตกรรมเพราะต้องสงสัยว่าจะเป็นผู้ค้ายาเสพติดราว 6,600 ราย แต่นักเคลื่อนไหวระบุว่ายอดผู้เสียชีวิตจริงสูงกว่านั้นมากคืออย่างน้อย 27,000 ราย
ข้อมติต่อฟิลิปปินส์ดังกล่าวนำเสนอโดยประเทศไอซ์แลนด์ ได้รับการรับรองด้วยคะแนนสนับสนุนจาก 18 ประเทศ คัดค้าน 14 ประเทศซึ่งรวมถึงจีน ขณะที่มีประเทศงดออกเสียง 15 ประเทศรวมถึงญี่ปุ่น
กลุ่มรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชนในฟิลิปปินส์ระบุว่า ข้อมติดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงก้าวสำคัญที่จะปูทางไปสู่ความยุติธรรมให้กับครอบครัวของเหยื่อการวิสามัญฆาตกรรมหลายพันครอบครัวในฟิลิปปินส์ แต่ยังเป็นการส่งสารออกไปถึงผู้ที่ให้ความชื่นชมกับประธานาธิบดีดูแตร์เตว่า นโยบายการทำสงครามกับยาเสพติดแท้ที่จริงแล้วเป็นสงครามตบตาเท่านั้น
ด้านเอกอัครราชทูตฟิลิปปินส์ประจำสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ อ่านแถลงการณ์ของกระทรวงการต่างประเทศฟิลิปปินส์ปฏิเสธข้อมติดังกล่าว พร้อมทั้งระบุว่าเป็นข้อมติที่มีแรงจูงใจทางการเมืองและเป็นการมองข้อมูลเพียงด้านเดียว โดยข้อมตินี้ยังผ่านการรับรองแม้ว่าฟิลิปปินส์ยังนั่งเป็นสมาชิกของยูเอ็นเอชอาร์ซีในขณะนี้อีกด้วย
“รัฐบาลภายใต้การนำของประธานาธิบดีดูแตร์เตยึดมั่นในกระบวนการยุติธรรม เราจะไม่ยอมแพ้ต่อการไม่ให้ความเคารพและการกระทำด้วยเจตนาไม่บริสุทธิ์ไม่ว่าจะในรูปแบบใดๆ ก็ตาม จะมีผลตามมาเพื่อตอบโต้การกระทำดังกล่าวอย่างแน่นอน”เอกอัครราชทูตฟิลิปปินส์ระบุ

