ฝรั่งเศส ผ่านกฎหมายเล็งเก็บภาษีบริษัทไอทียักษ์ใหญ่ มะกันขู่ตั้งกำแพงภาษีโต้

รอยเตอร์

ฝรั่งเศสกลายเป็นชาติแรกที่บุกเบิกการเรียกเก็บภาษีต่อบริษัทออนไลน์ยักษ์ใหญ่ที่เข้ามาให้บริการภายในประเทศอาทิ กูเกิล, อเมซอน, แอร์บีเอ็นบี, อูเบอร์ และเฟซบุ๊ก หลังจากวุฒิสภาฝรั่งเศสผ่านกฎหมายดังกล่าวออกมาเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยกำหนดให้บังคับใช้ในอีก 21 วันข้างหน้าและให้มีผลย้อนหลังไปตั้งแต่ต้นปีนี้ แม้ว่าทางการสหรัฐอเมริกาขู่ว่าจะตอบโต้ด้วยการตั้งกำแพงภาษีต่อสินค้าที่นำเข้าจากฝรั่งเศส เพราะถือเป็นการเลือกปฏิบัติต่อบริษัทอเมริกัน

ทั้งนี้การผ่านร่างกฎหมายดังกล่าวมีขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากรัฐบาลสหรัฐอเมริกาประกาศการสอบสวนข้อเท็จจริงของการเรียกเก็บภาษีตามกฎหมายใหม่นี้โดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายฉบับเดียวกันกับที่เคยใช้เมื่อปีที่แล้วในการสั่งให้มีการสอบสวนนโยบายทางเทคโนโลยีของจีน ซึ่งส่งผลให้มีการตั้งกำแพงภาษี 25 เปอร์เซ็นต์ต่อสินค้านำเข้าจากจีนรวมมูลค่า 250,000 ล้านดอลลาร์ในเวลาต่อมา

ตามบทบัญญัติของกฎหมายใหม่ดังกล่าวนี้กำหนดไว้ว่า บริษัทเทคโนโลยีที่ให้บริการในเชิงดิจิทัลใดๆ ซึ่งมีรายได้จากยอดขายทั่วโลกเกินกว่า 750 ล้านยูโรต่อปี (ราว 844 ล้านดอลลาร์) พร้อมกันนั้นก็มีรายได้จากการทำธุรกิจในฝรั่งเศสเกินกว่า 25 ล้านยูโรจำเป็นต้องจ่ายภาษีให้กับทางการฝรั่งเศสที่อัตราภาษี 3 เปอร์เซ็นต์จากรายได้ที่เป็นผลประกอบการในประเทศฝรั่งเศส โดยมีเป้าหมายหลักอยู่ที่บริษัทซึ่งใช้ข้อมูลของผู้บริโภคมาใช้ในการขายโฆษณาออนไลน์ โดยกระทรวงการคลังของฝรั่งเศสประเมินว่า การจัดเก็บภาษีดังกล่าวจะส่งผลให้มีรายได้เพิ่มขึ้นราว 500 ล้านยูโร หรือกว่า 17,394 ล้านบาท ต่อปีในระยะแรก แต่เชื่อว่ารายได้จากการนี้จะเติบโตอย่างรวดเร็ว

นายบรูโน เลอ แมร์ รัฐมนตรีคลังฝรั่งเศสยืนยันว่าการจัดเก็บภาษีถือว่าเป็นอำนาจอธิปไตยของชาติซึ่งฝรั่งเศสสามารถทำได้ในฐานะชาติอธิปไตย และตอบโต้คำข่มขู่จากสหรัฐอเมริกาว่า การแก้ปัญหาระหว่างชาติพันธมิตรด้วยกันไม่ควรใช้วิธีการข่มขู่คุกคาม แต่สามารถใช้วิธีการอื่นๆ ได้และควรจะเป็นเช่นนั้น พร้อมกับให้เหตุผลว่าแต่ละชาติต่างก็รู้ดีว่า บรรดาบริษัทยักษ์ใหญ่ทางเศรษฐกิจที่มีคุณลักษณะดำเนินงานในเชิงผูกขาดไม่เพียงต้องการควบคุมข้อมูลให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้แล้วใช้ข้อมูลดังกล่าวเพื่อทำกำไรเท่านั้น ยังไปไกลถึงขนาดหลบเลี่ยงภาษี และกำลังเตรียมการนำเครื่องมือซึ่งเป็นไปได้ว่าจะกลายเป็นสกุลเงินที่มีอำนาจสูงสุดอีกด้วย ทั้งนี้บริษัทให้บริการเชิงดิจิทัลข้ามชาติซึ่งเข้ามาลงทุนเปิดกิจการในอียู จ่ายภาษีต่ำกว่าบริษัททั่วไปโดยเฉลี่ยแล้วราว 14 เปอร์เซนเทจพอยต์ และนายเลอ แมร์ย้ำว่าการดำเนินการครั้งนี้เพื่อความเสมอภาคเท่านั้น

ฝรั่งเศสเดินหน้ากรณีนี้เป็นชาติแรกหลังจากไม่ประสบผลสำเร็จในการโน้มน้าวให้ชาติสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) ด้วยกันจัดเก็บภาษีดังกล่าวทั่วอียู เพราะได้รับการคัดค้านจาก ไอร์แลนด์, เดนมาร์ก, สวีเดนและฟินแลนด์ อย่างไรก็ตาม ยังมีชาติในอียูอีกหลายชาติที่เตรียมดำเนินการในแบบเดียวกันอาทิ ออสเตรีย, อังกฤษ, สเปน และอิตาลี โดยอังกฤษนั้นเตรียมร่างกฎหมายเรื่องนี้เพื่อนำเข้าสู่การพิจารณาของสภาแล้วโดยกำหนดเรียกเก็บภาษีบริการเชิงดิจิทัลไว้ที่ 2 เปอร์เซ็นต์

ด้านนายทอมมี ฮาสส์ จากสมาคมอินเตอร์เน็ตซึ่งเป็นตัวแทนของกลุ่มอุตสาหกรรมดิจิทัลจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งรวมทั้งเฟซบุ๊ก, กูเกิล, อูเบอร์และแอร์บีเอ็นบี ชี้ว่าความเคลื่อนไหวของฝรั่งเศสในครั้งนี้ไม่ถือว่าอยู่ในทิศทางที่ถูกต้อง และเชื่อว่าเป็นข้อเสนอที่เลือกปฏิบัติต่อบริษัทอเมริกันโดยเฉพาะ

บทความก่อนหน้านี้เด็กแว้นใจสลาย! ตร.กาฬสินธุ์เอาจริง กวาดล้างนักซิ่ง ยึดรถ ทำลายท่อดัดแปลงทั้งหมด
บทความถัดไปรมว.พัฒนาสังคม บุกเยี่ยมผู้สูงอายุ ผงะค่าอาหาร57บาทต่อวัน เท่านักโทษเรือนจำ