คอลัมน์ไฮไลต์โลก: “สุขภาพผู้นำ” เรื่องส่วนตัวหรือผลประโยชน์ชาติ?

นางอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี (นั่งขวา) และ นางเมตเต เฟรเดอริกเซน นายกรัฐมนตรีเดนมาร์ก ในพิธีตรวจแถวทหารต้อนรับการเดินทางเยือนกรงเบอร์ลินของนายกรัฐมนตรีเดนมาร์ก เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม (รอยเตอร์)

17 กรกฎาคมนี้ อังเกลา แมร์เคิล ผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหญิงแห่งเยอรมนีมานานถึง 14 ปีแล้ว จะมีอายุครบ 65 ปีบริบูรณ์ ซึ่งเป็นช่วงวัยที่จะต้องดูแลสุขภาพให้ดีอย่างจริงจัง แต่อาการยืนตัวสั่นเทิ้มของแมร์เคิลที่ปรากฏต่อสายตาสาธารณชนเป็นครั้งที่ 3 แล้วในชั่วเวลาห่างกันไม่ถึงเดือนขณะต้อนรับการมาเยือนกรุงเบอร์ลินของนายกรัฐมนตรีฟินแลนด์เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคมที่ผ่านมา ก่อนที่ในวันรุ่งขึ้นแมร์เคิลยังแหวกธรรมเนียมพิธีการทูตด้วยการนั่งบนเก้าอี้แทนการยืนในพิธีต้อนรับนางเมตเต เฟรเดอริกเซน นายกรัฐมนตรีเดนมาร์ก ยิ่งทำให้หลายคนห่วงกังวลในสุขภาพของนายกรัฐมนตรีหญิงเหล็กผู้นี้กันมากขึ้น

เนื่องจากก่อนหน้านี้แมร์เคิลเคยแสดงอาการในลักษณะนี้มาแล้ว โดยครั้งแรกเกิดขึ้นในระหว่างแมร์เคิลทำพิธีตรวจแถวทหารต้อนรับการมาเยือนของประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน และครั้งที่ 2 ขณะแมร์เคิลพบกับประธานาธิบดีฟรังค์-วัลเทอร์ ชไตน์ไมเออร์ของเยอรมนีเมื่อช่วงปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ทำให้หลายคนเกิดความห่วงกังวลพร้อมๆกับจุดคำถามขึ้นตามมาว่าสุขภาพของแมร์เคิลจะยังฟิตพอที่จะนั่งบริหารประเทศต่อไปในเวลาที่เหลือก่อนจะหมดวาระการดำรงตำแหน่งลงในอีก 2 ปีข้างหน้าหรือไม่

เมื่อปรากฏอาการนี้ในครั้งแรกแมร์เคิลบอกกับผู้สื่อข่าวว่าเป็นเพียงแค่อาการที่ร่างกายขาดน้ำเท่านั้น หลังจากได้พักดื่มน้ำเข้าไป ก็ดีขึ้น ขณะที่เหตุการณ์ครั้งล่าสุดเจ้าตัวยังคงยืนยันว่าตนเองสบายดี ไม่มีสิ่งใดให้ต้องห่วงกังวล และตัวเธอก็เป็นคนที่สนใจเรื่องสุขภาพและดูแลสุขภาพตัวเองอยู่แล้ว

นอกเหนือจากนี้แล้วแมร์เคิลไม่ได้ให้รายละเอียดอื่นใดเกี่ยวกับสุขภาพของตนเอง รวมถึงคำแนะนำของแพทย์หรือการรักษา!

เรื่องนี้จุดข้อถกเถียงขึ้นในเยอรมนี ประเทศที่ขึ้นชื่อว่ามีกฎหมายเคารพสิทธิส่วนบุคคลที่เข้มงวดมาก ในประเด็นที่ว่าควรจะมีการเปิดเผยข้อมูลเรื่องสุขภาพของแมร์เคิลให้สาธารณชนได้รับรู้หรือไม่ โดยเสียงแตกออกเป็น 2 ฝั่ง ที่ฝั่งหนึ่งยังคงมองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัว ส่วนอีกฝั่งบอกว่าไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่เป็นผลประโยชน์สาธารณะในฐานะที่ แมร์เคิล เป็นผู้นำบริหารประเทศ ซึ่งหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินที่ไม่คาดคิดขึ้นมา ก็อาจจะส่งผลกระทบต่อประเทศได้

ล่าสุด เอาก์สบวร์ก อัลเกไมเนน สื่อสิ่งพิมพ์เยอรมัน ทำโพลสำรวจความเห็นของชาวเยอรมันในเรื่องนี้พบว่า ชาวเยอรมันร้อยละ 59 มองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่อง “ส่วนตัว” ขณะที่ร้อยละ 34 บอกว่าเป็นเรื่องผลประโยชน์สาธารณะที่ควรเปิดเผยหรือชี้แจงให้ประชาชนได้เกิดความกระจ่าง

ข้ามฟากไปสหรัฐอเมริกา เรื่องสุขภาพของบุคคลสำคัญระดับประเทศ อย่างประธานาธิบดีสหรัฐ เป็นหนึ่งในเรื่องที่ชาวอเมริกันให้ความสำคัญและประชาชนทุกคนมีสิทธิที่จะได้รับรู้ข้อมูลเกี่ยวกับประธานาธิบดีหรือผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดี นั่นทำให้การเช็กอัพหรือการตรวจสุขภาพประจำปีของประธานาธิบดีสหรัฐจะมีการเปิดเผยต่อสาธารณะ เป็นธรรมเนียมปฏิบัติไป

จึงเป็นไปได้ยากหากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ เกิดมีอาการในลักษณะเดียวกันต่อหน้าธารกำนัล แล้วจะมาทำนิ่งๆ อย่างแมร์เคิล คงจะไม่ได้…

บทความก่อนหน้านี้‘เอเมอรี่’ หวังเสริมทัพปืน 4 คน ต้องมีแข้งเวิลด์คลาส
บทความถัดไปใครมีทักษะดิจิทัลมาตรฐานสากล ย่อมถือไพ่เหนือกว่า! ศธ. ร่วม ICDL ประกาศ บัณฑิตยุคใหม่ต้องผ่านเกณฑ์