เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า วันเดียวกันนี้ เกิดเหตุชายชาวเกาหลีใต้อายุประมาณ 70 ปี ก่อเหตุจุดไฟเผาตัวตายในรถของตนเองที่หน้าสถานทูตญี่ปุ่นประจำกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เพื่อแสดงการประท้วงต่อต้านญี่ปุ่นจากการบังคับใช้แรงงานในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2
ตำรวจเกาหลีใต้เปิดเผยว่า ชายผู้ก่อเหตุรายนี้ได้จุดไฟเผาตัวในรถของตนเองที่จอดอยู่หน้าสถานทูตญี่ปุ่นในกรุงโซล ก่อนจะไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังพบกระป๋องแก๊สอยู่ภายในรถยนต์ของชายผู้นี้ราว 20 กระป๋องด้วย

ตำรวจเปิดเผยอีกว่า ก่อนเกิดเหตุในช่วงเช้า ชายผู้ก่อเหตุได้โทรศัพท์พูดคุยกับคนรู้จักว่ากำลังขับรถไปที่สถานทูตญี่ปุ่น โดยบอกว่าเขากำลังจะจุดไฟเผาตัวเพราะเขาต่อต้านญี่ปุ่น ขณะที่คนในครอบครัวของผู้ก่อเหตุให้การว่าพ่อตาของผู้ก่อเหตุเป็นหนึ่งในเหยื่อที่ถูกญี่ปุ่นใช้แรงงานเยี่ยงทาสในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2
การฆ่าตัวตายของชายชาวเกาหลีใต้รายนี้ยังมีขึ้นในขณะที่นายทาโร โคโนะ รัฐมนตรีต่างประเทศญี่ปุ่น เรียกตัวเอกอัครราชทูตเกาหลีใต้ประจำกรุงโตเกียวเข้าพบ และเรียกร้องให้ฝ่ายเกาหลีใต้ดำเนินการที่ถูกต้องเหมาะสม หลังจากเมื่อเร็วๆ นี้ศาลสูงเกาหลีใต้มีคำสั่งให้บริษัทญี่ปุ่นที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้แรงงานในช่วงเกิดสงครามดังกล่าว จ่ายเงินชดเชยให้กับเหยื่อที่ตกเป็นทาสแรงงานของญี่ปุ่น
โดยฝ่ายญี่ปุ่นระบุว่า ต้องการให้มีการแก้ปัญหาพิพาทนี้ภายใต้ข้อตกลงที่มีการลงนามกันไว้หลังจากความสัมพันธ์ระหว่างญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้กลับสู่ภาวะปกติก่อนหน้านี้ที่รวมถึงโครงการเงินกู้ด้วย
อย่างไรก็ดี หลังจากศาลสูงเกาหลีใต้มีคำสั่งให้บริษัทญี่ปุ่นจ่ายเงินชดเชยให้กับเหยื่อที่ถูกบังคับใช้แรงงาน ทางการญี่ปุ่นก็ได้สั่งควบคุมการส่งออกสารเคมีสำคัญไปยังผู้ประกอบการอุตสาหกรรมผลิตชิปและสมาร์ทโฟนของเกาหลีใต้ที่เข้มงวดมากยิ่งขึ้นเป็นการตอบโต้

