เอเอฟพี รายงานว่า โครงการทดลองเดินรถโดยสารแบบไร้คนขับ ในกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย มีเหตุต้องหยุดชะงัก หลังเกิดเหตุการณ์ผู้หญิงเดินก้มหน้ามองแต่โทรศัพท์มือถือ และใส่หูฟัง เดินชนด้านข้างรถโดยสารฯ ได้รับบาดเจ็บหัวเข่าถลอก เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 18 กรกฎาคมที่ผ่านมา
ข่าวอ้างโฆษกบริษัทขนส่งมวลชนของออสเตรีย แจ้งว่า มีพยานผู้เหตุการณ์หลายคน เล่าว่า หญิงรายนี้ซึ่งอายุราว 30 ปี สวมเฮด โฟน และกำลังก้มมองโทรศัพท์ ขณะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งทำให้เธอได้รับบาดเจ็บ มีรอยแผลขีดข่วนที่บริเวณหัวเข่า 2-3 รอย และได้รับการปฐมพยาบาลในที่เกิดเหตุ ขณะที่ระหว่างเกิดเหตุการณ์ระบบฉุกเฉินบนรถบัสแบบไร้คนขับได้ทำงานอัตโนมัติ ทำให้รถบัสคันดังกล่าวหยุดนิ่งทันที แต่ทว่าบริษัทขนส่งมวลชนของออสเตรีย ได้ตัดสินใจระงับโครงการทดลองเดินรถบัสไร้คนขับไว้ก่อน เพื่อทำการสอบสวนหาสาเหตุของอุบัติเหตุนี้ให้แน่ชัด
“เรากำลังดำเนินการสอบสวนว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นได้อย่างไร เพราะความปลอดภัยคือสิ่งที่เราให้ความสำคัญอันดับแรก “โฆษกกล่าว แต่ไม่ได้บอกว่า โครงการเดินรถโดยสารไร้คนขับจะกลับมาให้บริการอีกเมื่อไร?
ทั้งนี้ กรุงเวียนนา ได้เริ่มทดลองนำรถโดยสารแบบไร้คนขับ ซึ่งบนรถมีพนักงานขับรถคอยอยู่ประจำการด้วย จำนวน 2 คัน ซึ่งเป็นรถบัสจากบริษท เนฟย่า (Navya )ของฝรั่งเศส ที่วิ่งด้วยความเร็ว 12 กิโลเมตร/ชั่วโมง ออกวิ่งให้บริการผู้โดยสารตั้งแต่วันที่ 6 มิถุนายนที่ผ่านมา และคาดว่าจะใช้ทดลองวิ่งเป็นเวลา 1 ปี

