
เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า สภาพอากาศร้อนจัดเริ่มแผ่ปกคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของสหรัฐอเมริกาและแคนาดาแล้ว ที่เจ้าหน้าที่สำนักงานอุตุนิยมวิทยาชี้ว่าอุณหภูมิจะพุ่งสูงสุดในสุดสัปดาห์นี้ โดยคาดว่าคลื่นอากาศร้อนจะส่งผลกระทบต่อประชาชนราว 200 ล้านคนในหลายเมืองใหญ่ของสหรัฐ เช่น นครนิวยอร์ก กรุงวอชิงตัน และ เมืองบอสตันทางชายฝั่งตะวันออก ตลอดจนแถบมิดเวสต์ ที่ในบางพื้นที่อุณหภูมิอาจพุ่งขึ้นถึง 38 องศาเซลเซียส
สำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติ(เอ็นดับเบิลยูเอส)ของสหรัฐ รายงานพยากรณ์อากาศเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคมว่า คลื่นอากาศร้อนจะแผ่ปกคลุมตั้งแต่พื้นที่ราบตอนกลางรัฐโคโลราโด รัฐแคนซัส ไปจนถึงเกรทเลกส์ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ และอุณหภูมิจะพุ่งสูงขึ้นในพื้นที่ส่วนใหญ่ทางชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐที่จะทำให้อากาศมีความร้อนชื้น
ที่นิวยอร์ก นายบิล เดอ บลาซิโอ นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก ได้ประกาศภาวะฉุกเฉินในพื้นที่เพื่อรับมือกับสภาพอากาศร้อนจัดในช่วงสุดสัปดาห์นี้แล้ว และยังขอร้องให้ชาวนิวยอร์กเตรียมตัวรับมือกับสภาพอากาศร้อนอย่างจริงจัง โดยอย่าให้ร่างกายขาดน้ำ หลีกเลี่ยงการออกไปข้างนอกในช่วงอากาศร้อน และยังได้เปิดศูนย์ให้ความเย็นจำนวน 500 แห่งทั่วนิวยอร์กด้วย ซึ่งเป็นมาตรการเดียวกับที่รัฐบาลท้องถิ่นในหลายเมืองดำเนินการเพื่อรับมือกับคลื่นอากาศร้อนครั้งนี้
ส่วนที่แคนาดาได้มีการประกาศเตือนสภาพอากาศร้อนในหลายพื้นที่ของจังหวัดควิเบก ออนทาริโอ และโนวาสโกเทีย โดยในเมืองมอนทรีออลยังคาดว่าอุณหภูมิจะพุ่งขึ้นไปถึง 45 องศาเซลเซียส และนครโตรอนโตอุณหภูมิอาจพุ่งแตะ 40 องศาเซลเซียสในช่วงวันที่ 19-20 กรกฎาคม ที่ยังอาจทำให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนองขึ้นตามมาได้
