หลี่ เผิง อดีตนายกรัฐมนตรีจีน ผู้ได้ฉายา “นักฆ่าแห่งปักกิ่ง” จากบทบาทในการกวาดล้างกลุ่มผู้ประท้วงที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน เมื่อปีค.ศ. 1989 เสียชีวิตลงแล้วเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคมที่ผ่านมา
เหตุการณ์กวาดล้างซึ่งมีผู้คาดว่าจะมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 1,000 คนในเวลานั้นเป็นเหตุนองเลือดที่ติดตัวหลี่ จนกระทั่งลาจากโลกนี้ไปด้วยอาการป่วยที่ไม่มีการเปิดเผย
สำนักข่าวซินหัว สื่อกระบอกเสียงของจีน ระบุถึงบทบาทของหลีในเวลานั้นว่า หลี่ ต้องตัดสินใจใช้มาตรการเด็ดขาดในการป้องกันความวุ่นวาย และ หลี่เป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการนำพาพรรคคอมมิวนิสต์และประเทศจีน ผ่านพ้นอุปสรรคนั้นมาได้
ผลงานสลายการชุมนุมดังกล่าว ตามหลอกหลอนหลี่ ตลอดช่วงชีวิตการทำงานการเมือง การเดินทางไปพบกับ ประธานาธิบดี ชาร์ค ฌิรัค แห่งฝรั่งเศส เมื่อปี 2003 ก็ต้องพบกับผู้ประท้วงกว่า 2,000 คนที่มาต้อนรับด้วยเสียงประณาม
อย่างไรก็ตาม หลี่ ยังคงก้าวขึ้นสู่ 1 ใน 7 สมาชิกคณะกรรมาธิการสามัญโปลิตบูโร และดำรงตำแหน่งนี้ยาวนานถึง 15 ปี และถูกวางไว้ในฐานะผู้นำลำดับที่ 2 รองจากประธานาธิบดีเจียง เจ๋อหมิน ในเวลานั้น
หลี่ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเป็นเวลานาน 11 ปี จนถึงปีค.ศ. 1998 ก่อนจะดำรงตำแหน่งประธานสภาประชาชนจีนจนถึงปี 2003
หลี่ ใช้ชีวิตในวัยเด็กอยู่ใต้เงาของ “โจว เอินไหล” นายกรัฐมนตรีจีนที่ดำรงตำแหน่งยาวนานถึง 30 ปี และนับได้ว่าเป็นนักการเมืองที่มีความสามารถมากที่สุดคนหนึ่ง
เกิดในปี 1928 ตอนใต้ของมณฑลเสฉวน หลี่ ถูกรับเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรมโดยโจว เอินไหล ตั้งแต่มีอายุได้ 3 ขวบ หลังจากพ่อผู้เป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์จีนถูกสังหารโดยพรรคก๊กมินตั๋ง ในยุคปฏิวัติจีนในปีค.ศ. 1931
หลี่ เข้าเป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ตั้งแต่มีอายุได้ 17 ปี ก่อนถูกส่งตัวไปเรียนด้านวิศวกรรมพลังงานน้ำ ที่กรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย เมื่อปี 1948 และใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นเป็นเวลานาน 7 ปี
หลังกลับสู่ประเทศจีน หลี่ ผ่านพ้นยุคปฏิวัติวัฒนธรรมจีน และไต่เต้าสู่ตำแหน่งสูงในกระทรวงพลังงานของจีน ก่อนจะก้าวขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีจีนได้ในปี 1987
ผู้มีแนวคิดวางแผนเศรษฐกิจอนุรักษ์นิยมรวมศูนย์ในแบบสหภาพโซเวียต มีบทบาทสำคัญในการสร้าง “เขื่อนซานเสียต้าป้า” เขื่อนยักษ์สามหน้าผา กั้นแม่น้ำแยงซีเกียง ที่ได้ชื่อว่าเป็นเขื่อนที่เก็บกักน้ำผลิตไฟฟ้าได้มากที่สุดในโลก
ในปี 1989 หลี่ เป็นตัวแทนรัฐบาลในการเจรจากับกลุ่มนักศึกษาผู้ประท้วงเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงไปสู่ประชาธิปไตย ทว่าการเจรจาที่ไม่เป็นผลส่งผลให้เกิดการกวาดล้างนองเลือดขึ้นโดยหลี่ ระบุในภายหลังว่าที่ตนตัดสินใจยิงไปที่ผู้ประท้วงนั้น “เป็นสิ่งจำเป็น”
ในช่วงปีหลัง หลี่ พยายามลดบทบาทตนเองในเหตุการณ์เทียนอันเหมินลง โดยพยายามระบุว่าตนเพียงทำตามคำสั่ง “เติ้ง เสี่ยวผิง” ประธานาธิบดีจีนในเวลานั้น ทว่า “เอกสารเทียนอันเหมิน” เอกสารลับซึ่งหลุดออกมาเผยแพร่ในสหรัฐอเมริกาเมื่อปี 2001 กลับแสดงให้เห็นว่า หลี่ นั้นเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการสั่งการกวาดล้าง และยังเป็นผู้โน้มน้าวให้ เติ้ง เสี่ยวผิง ส่งรถถังลงพื้นที่ด้วยตัวเอง
อย่างไรก็ตามเรื่องราวเกี่ยวกับเทียนอันเหมิน เป็นเรื่องต้องห้ามไม่ให้มีการวิพากษ์วิจารณ์ในจีน ขณะที่เอกสารดังกล่าวก็ไม่เคยมีการพิสูจน์ถึงความถูกต้องแต่อย่างใด
ล่าสุด นักการเมืองพ่อลูกสาม ตกเป็นข่าวเสียชื่อเสียงวงตระกูลเมื่อ หลี่ เสี่ยวเผิง ลูกชาย ที่เวลานั้นเป็นประธานบริษัทหวาเหนิง พาวเวอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล บริษัทผู้ผลิตไฟฟ้ายักษ์ใหญ่ ถูกกล่าวหาว่าสร้างความร่ำรวยให้ตัวเองด้วยการซื้อหุ้นของบริษัท นอกจากนี้ ลูกสาวอย่าง หลี่ เสี่ยวหลิน ผู้บริหารบริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ของจีนก็เป็นที่รู้จักกันดีจากการใช้ชีวิตหรูหราเช่นกัน

