สำนักข่าวกลางเกาหลีเหนือ(เคซีเอ็นเอ)รายงานเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคมว่า นายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ได้ไปเฝ้าสังเกตการณ์การทดสอบขีปนาวุธนำวิถีชนิดใหม่เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคมที่ผ่านมา พร้อมระบุว่าการทดสอบขีปนาวุธดังกล่าวเป็นการส่งสัญญาณเตือนไปยังเกาหลีใต้ ให้ยุติการนำเข้าอาวุธไฮเทคและการซ้อมรบร่วมทางทหาร
ในรายงานข่าวดังกล่าวเคซีเอ็นเอไม่ได้ระบุถึงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกาหรือประเทศสหรัฐฯ แต่บอกเพียงว่าผู้นำคิมได้วิพากษ์วิจารณ์ทางการเกาหลีใต้ที่ได้เดินหน้าจัดการซ้อมรบร่วม
“เราไม่สามารถทำอย่างอื่นได้นอกจากต้องพัฒนาอาวุธที่มีศักยภาพสูงอย่างต่อเนื่อง เพื่อปลดความเป็นไปได้และภัยคุกคามตรงต่อความมั่นคงของประเทศเกาหลีเหนือซึ่งเกิดขึ้นจากเกาหลีใต้”คิม จอง อึน กล่าว
ผู้นำเกาหลีเหนือยังกล่าวหาเกาหลีใต้ว่าเล่นสองหน้าที่ทำเป็นว่าสนับสนุนสันติภาพ แต่ยังคงนำเข้าอาวุธชนิดใหม่อย่างต่อเนื่องรวมถึงทำการซ้อมรบร่วม ทั้งนี้ผู้นำเกาหลีใต้จะต้องยุติการกระทำที่ถือเป็นความพยายามที่จะฆ่าตัวตาย และต้องไม่ทำผิดพลาดโดยละเลยต่อคำเตือนดังกล่าว
ด้านกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ออกมาเรียกร้องให้เกาหลีเหนือหลีกเลี่ยงพฤติกรรมอันเป็นการยั่วยุเพิ่มมากขึ้นอีก และแสดงความคาดหวังว่าจะมีการกลับมาเจรจาในระดับคณะทำงานระหว่างกันได้อีกครั้ง หลังการเจรจาดังกล่าวต้องยุติไปเมื่อการประชุมระหว่างผู้นำสหรัฐฯและเกาหลีเหนือที่กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาประสบความล้มเหลว
นายไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์ว่า สหรัฐฯยังคงเห็นว่าวิธีทางที่ดีที่สุดคือการดำเนินการผ่านช่องทางทางการทูต โดยสหรัฐฯคาดหวังว่าจะสามารถเริ่มการพบปะพูดคุยกับเกาหลีเหนือครั้งใหม่ได้ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้านี้ พร้อมกับระบุด้วยว่าสหรัฐฯต้องการให้ผู้นำคิมทำตามคำสัญญาที่ให้ไว้กับประธานาธิบดีทรัมป์เกี่ยวกับการปลดอาวุธนิวเคลียร์
ขณะที่เกาหลีใต้ซึ่งสนับสนุนความพยายามในการแก้ไขปัญหาโดยสันติวิธีมาตลอดได้ออกมาเรียกร้องให้เกาหลีเหนือยุติการกนะทำที่ไม่ช่วยให้เกิดการลดความตึงเครียและว่าการทดสอบขีปนาวุธของเกาหลีเหนือยิ่งเน้นย้ำให้เห็นถึงภัยคุกคามทางด้านการทหาร
หลังจากนี้เกาหลีใต้จะทำการประเมินร่วมกับสหรัฐเกี่ยวกับรายงานข่าวที่ระบุว่าขีปนาวุธที่เกาหลีเหนือเพิ่งทำการทดสอบครั้งล่าสุดนี้ทดสอบเป็นขีปนาวุธชนิดใหม่ตามที่เข้าใจกันหรือไม่ต่อไป

