‘บอริส’ นายกฯใหม่ผู้ดี ชูเบร็กซิทคือ โอกาสทางเศรษฐกิจ

(Photo by Rui Vieira / various sources / AFP)

สำนักข่าวเอเอฟพีและรอยเตอร์ รายงานว่า เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีใหม่ของอังกฤษ เดินทางไปยังเมืองแมนเชสเตอร์ ฐานเสียงสำคัญที่สนับสนุนแนวทางนำอังกฤษพ้นจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) หรือเบร็กซิท ขึ้นกล่าวปราศรัยประกาศจัดตั้งกองทุน “ทาวน์ฟันด์” มูลค่า 3,600 ล้านปอนด์ หรือราว 137,000 ล้านบาทสำหรับให้ความช่วยเหลือต่อเมืองต่างๆ ราว 100 เมืองที่กำลังเผชิญปัญหาภาวะเศรษฐกิจ เพื่อให้เมืองเหล่านั้นสามารถนำไปใช้ในการปรับปรุงระบบขนส่งและปรับปรุงการเชื่อมต่อบรอดแบนด์ได้ตามต้องการ

นายกรัฐมนตรีอังกฤษระบุด้วยว่าการดึงเอาอำนาจการควบคุมกลับมาจากอียู ไม่ได้ใช้ได้กับรัฐบาลเท่านั้นแต่ยังหมายถึงการที่เมืองและชุมชนทั้งหมดของอังกฤษมีอิสระในตัวเองมากขึ้น พร้อมทั้งยืนยันว่า เบร็กซิท เป็นโอกาสมหาศาลทางเศรษฐกิจ ที่อำนวยให้ประเทศสามารถทำอะไรได้อีกหลายประการ ซึ่งไม่ได้รับอนุญาตให้ดำเนินการได้ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา พร้อมทั้งรับปากจะเร่งรัดการเจรจาทำความตกลงทางการค้าหลังเบร็กซิทแล้วให้สำเร็จโดยเร็วและก่อตั้งท่าเรือเสรีขึ้นเพื่อกระตุ้นให้เศรษฐกิจขยายตัว

เมื่อถูกถามถึงแนวโน้มการเจรจาเบร็กซิท ผู้นำใหม่ของอังกฤษ ยืนกรานว่า ตนพร้อมที่จะเจรจากับบรรดาหุ้นส่วนในอียูอย่างฉันมิตร แต่การเจรจาดังกล่าวต้องมีขึ้นหลังจากที่ฝ่ายอียูยินยอมยกเลิกข้อความว่าด้วยการจัดทำหลักประกันหรือแบ๊กสต๊อป ซึ่งจะส่งผลให้การไหลเวียนของสินค้าและผู้คนข้ามแนวชายแดนไอร์แลนด์เหนือกับสาธารณรัฐไอร์แลนด์ ซึ่งเป็นชาติสมาชิกอียูทั้งหมดออกไปจากความตกลงเบร็กซิทแล้วเท่านั้น เพราะถือว่ามาตรการแบ๊กสต๊อป เป็นมาตรการที่ไม่เป็นประชาธิปไตยและเป็นความพยายามที่จะแบ่งแยกสหราชอาณาจักรออกจากกัน

นายจอห์นสัน ยังพยายามกลบข่าวที่สะพัดมากขึ้นเรื่อยๆ ว่า รัฐบาลเตรียมจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ขึ้น เพื่อให้พรรคอนุรักษนิยมที่เป็นพรรคหลักในรัฐบาลผสมชุดนี้ได้คะแนนเสียงข้างมากที่สูญเสียไปในการเลือกตั้งเมื่อปี 2560 ที่ผ่านมา ด้วยการอ้างว่าผลประชามติที่ผ่านมา ประชาชนไม่ได้เรียกร้องต้องการการเลือกตั้งใหม่ ไม่ได้ต้องการประชามติครั้งใหม่ เพียงต้องการเบร็กซิทเท่านั้น

บทความก่อนหน้านี้“มท.1” เผย ทั่วประเทศเปิดโครงการ 1 จังหวัด 1 ถนนเฉลิมพระเกียรติ
บทความถัดไปซีพีออลล์ ไล่ออกพนง.พาร์ทไทม์-ผู้ช่วยผู้จัดการร้าน 7-11 คิดเงิน “น้าหมู” เกิน