ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม นายเซอร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัฐรัสเซีย ซึ่งอยู่ระหว่างเดินทางมาร่วมกันประชุมกับรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ได้เยือนไทยอย่างเป็นทางการและได้หารือข้อราชการกับนายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีต่างประเทศ ที่กระทรวงการต่างประเทศ
นายดอนให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า การหารือครั้งนี้เป็นการติดตามและสานต่อความร่วมมือระหว่างกันโดยเฉพาะประเด็นที่เป็นผลสืบเนื่องหลังจากที่ตนเพิ่งเดินทางเยือนรัสเซียเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ตัวเลขการค้าระหว่างกันในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้เพิ่มขึ้นถึง 12% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะผลักดันความตกลงที่ยังค้างคา พร้อมกับเชิญชวนให้นักลงทุนรัสเซียเข้ามาลงทุนในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี)ด้วย
ด้านนายลาฟรอฟกล่าวว่า การหารือเป็นไปด้วยดี มีการติดตามประเด็นต่างๆ ที่ผู้นำทั้งสองประเทศได้หารือกันที่ประเทศสิงคโปร์เมื่อปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ไทยถือเป็นพันธมิตรที่สำคัญของรัสเซียในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยรัสเซียพร้อมให้ความสนับสนุนอาเซียนภายใต้กรอบความร่วมมือต่างๆ ที่มีระหว่างกัน
ด้านกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ออกข่าวสารนิเทศเรื่องการเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของ กระทรวงการต่างประเทศของนายลาฟรอฟว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทยและรัสเซียต่างแสดงความพึงพอใจ กับบรรยากาศของความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างสองประเทศที่มีพลวัตเพิ่มมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเยือนและการพบหารืออย่างสม่ำเสมอในระดับผู้นำของทั้งสองประเทศ และล่าสุดได้แก่ การเยือนสหพันธรัฐรัสเซียอย่างเป็นทางการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ระหว่างวันที่ 7-8 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา
ในประเด็นทวิภาคี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศทั้งสองฝ่ายเห็นควรผลักดันผลการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคีไทย-รัสเซีย ครั้งที่ 7 เมื่อเดือนธันวาคม 2561 ให้มีผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว และแสดงความพอใจต่อความคืบหน้าของความร่วมมือในด้านต่างๆ ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา อาทิ การจัดประชุมคณะทำงานร่วมด้านการส่งกำลังบำรุง ครั้งที่ 10 การจัดซื้อเฮลิคอปเตอร์กู้ภัยรุ่น Kamov จากรัสเซีย จำนวน 2 ลำ และการจัดทำบันทึกความเข้าใจระหว่างสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กับสำนักงานป้องกันการทุจริตประจำสำนักประธานาธิบดีรัสเซีย เป็นต้น
พร้อมทั้งเห็นควรผลักดันให้หน่วยงานทั้งสองฝ่ายเร่งรัดการจัดประชุมคณะกรรมาธิการ คณะอนุกรรมาธิการ คณะทำงานร่วมในสาขาต่างๆ ภายในปีนี้ อาทิ ด้านการค้าและเศรษฐกิจ การเงินการธนาคาร การท่องเที่ยว พลังงาน และสิ่งแวดล้อม เป็นต้น และเห็นควรส่งเสริมความร่วมมือในสาขาใหม่ๆ เพิ่มเติม อาทิ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ความมั่นคง การศึกษา รวมทั้งแสดงความยินดีที่ทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันจัดงาน Thai-Russian Business Forum ครั้งที่ 2 ในวันที่ 15 สิงหาคมนี้ และงาน Forum on Digital Cooperation ในวันที่ 19-21 กันยายนนี้ ที่ประเทศไทย ด้วย
ในการนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้เสนอให้รัสเซียพิจารณานำเข้าสินค้าเกษตรและอาหารจากไทยเพิ่มขึ้น รวมทั้งหาทางลดมาตรการที่เป็นอุปสรรคทางการค้าระหว่างกัน โดยเฉพาะการเร่งรัดตรวจสอบโรงงานสินค้าประมงและปศุสัตว์ของทั้งสองฝ่ายที่ยังคั่งค้าง ตลอดจนเชิญชวนให้รัสเซียพิจารณาเข้ามาลงทุนในอีอีซี และอุตสาหกรรม S-Curve ในสาขาที่ฝ่ายรัสเซียเชี่ยวชาญ เช่น อุตสาหกรรมอวกาศ อุตสาหกรรมการบิน เทคโนโลยีดิจิทัล และเมืองอัจฉริยะ(Smart City) รวมทั้งขอรับการสนับสนุนจากรัสเซีย ในผลักด้านการเริ่มต้นกระบวนการเจรจาจัดทำความตกลงการค้าเสรีระหว่างไทยกับสหภาพเศรษฐกิจยูเรเชียให้เกิดขึ้นโดยเร็วด้วย
นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทยและรัสเซียยังได้แลกเปลี่ยนความเห็นกันในประเด็นภูมิภาคและระหว่างประเทศ เช่น ความร่วมมือในกรอบอาเซียน สถานการณ์ในภูมิภาคเอเชีย–แปซิฟิก และความร่วมมือภายใต้กรอบสหประชาชาติ เป็นต้น
ทั้งนี้ ฝ่ายไทยยังได้เชิญชวนให้รัสเซียส่งผู้แทนเข้าร่วมการประชุม ASEAN Smart Cities Network Conference and Exhibition และ ASEM Seminar on Enhancing Human Capital for Sustainable Digital Connectivity ซึ่งจะจัดที่ประเทศไทย ในเดือนสิงหาคมและตุลาคม 2562 ตามลำดับด้วย

