หน้าแรก ต่างประเทศ สถานทูตไทยในม...

สถานทูตไทยในมอสโกพบชายไทยหายตัวในรัสเซีย 43 วันแล้ว

31.07.19 | 08:09 น.

ตามที่มีรายงานข่าวว่านายอุไทย เว้นบาป ชายไทยวัย 36 ปี ที่ทำงานเป็นพ่อครัวในกรุงบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี ได้หายตัวไปขณะเดินทางกลับประเทศไทยโดยแวะผ่านทางกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายนนั้น ล่าสุดสถานเอกอัครราชทูตไทยณกรุงมอสโกได้พบตัวนายอุทัยแล้ว หลังได้รับแจ้งเบาะแสจากชายชาวคีร์กีซสถานที่ทำงานอยู่ในรัสเซีย

เมื่อได้ทราบการแจ้งเบาะแสว่าพบตัวนายอุไทยที่สถานทูตลงประกาศตามหาในหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นของรัสเซีย สถานทูตได้ติดต่อพูดคุยทางโทรศัพท์กับผู้แจ้งเบาะแส และพูดคุยกับนายอุทัยจนสามารถยืนยันตัวว่าเป็นนายอุไทยจริง ซึ่งผู้แจ้งเบาะแสให้รายละเอียดว่าอยู่ที่เมือง Khimki ห่างจากสนามบินที่ไหนอุไทยหายตัวไปเป็นระยะทางถึง 27 กิโลเมตร
เบื้องต้นนายอุไทยแจ้งว่าตนสบายดี ไม่ได้เจ็บป่วย แต่ไม่ทราบว่าตนเองอยู่ที่ไหน สถานทูตจึงได้ส่งรถไปรับตัวนายอุไทยพร้อมกับชาวคีร์กีซสถานที่แจ้งเบาะแสมาที่สถานทูตไทยในกรุงมอสโก และมอบเงินรางวัล 10,000 รูเบิลให้กับผู้ช่วยแจ้งเบาะแส
นายอุไทยพร้อมชาวคีร์กีซสถานที่ช่วยแจ้งเบาะแสให้สถานทูต
หลังอำนวยความสะดวกให้นายอุไทยอาบน้ำและรับประทานอาหารแล้ว นายธนาธิป อุปัติศฤงค์ เอกอัครราชทูตไทยประจำรัสเซียได้สอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้นซึ่งนายอุไทยระบุว่า เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน ได้เดินทางมาเปลี่ยนเครื่องที่กรุงมอสโก ขณะรอหน้าประตูทางขึ้นเครื่องตามเวลาที่กำหนดนายอุไทยอ้างว่าได้รับแจ้งจากทางสายการบินว่าต้องรอขึ้นเครื่องบินในอีก 5 วันถัดไปทำให้อารมณ์เสียจึงไปดื่มสุรา จากนั้นจำรายละเอียดไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่ไปมีเรื่องกับร้านค้าในพื้นที่เขตพักรอผู้โดยสาร ถูกตำรวจรัสเซียจับตัวไปและได้รับการปล่อยตัวในเวลาต่อมา แต่ไม่มีหนังสือเดินทางและสัมภาระก็หายไป
นายอุไทยบอกด้วยว่า จำไม่ได้ว่าตนเองออกจากสนามบินทำไมและเดินทางไปยังเมืองที่พบตัวได้อย่างไร รู้แค่ว่าอยากได้หนังสือเดินทางคืนเพื่อไปทำงานหาเงินซื้อบัตรโดยสารเครื่องบินกลับไทย โดยหลังจากออกจากสนามบินแล้วยังถูกตำรวจจับอีกสองสามครั้งแต่ก็ได้รับการปล่อยตัว และเคยพบกับคนไทยที่แต่งงานกับชาวรัสเซียซึ่งได้ให้เงินช่วยเหลือ  และได้ไปอาศัยอยู่กับผู้ที่พบเพื่อช่วยทำงานเก็บขยะหาเงินประทังชีวิต จนมีผู้แจ้งเบาะแสมายังสถานทูตในที่สุด
สถานทูตได้โทรศัพท์ให้นายอุไทยพูดคุยกับญาติและออกหนังสือเดินทางชั่วคราวให้แล้ว รวมทั้งจัดหาที่พักใกล้สถานทูตให้อยู่ชั่วคราว เนื่องจากขณะนี้นายอุทัยอยู่ในรัสเซียเกินกำหนดที่ได้รับสิทธิยกเว้นการตรวจลงตราเป็นเวลา 30 วัน จึงต้องมีการดำเนินการตามกระบวนการในการขึ้นศาลและขอรับการตรวจลงตราเพื่อเดินทางออก ซึ่งจะใช้เวลาราว 10-15 วันทำการ ซึ่งสถานทูตจะพยายามเร่งรัดเพื่อให้นายอุไทยได้เดินทางกลับประเทศโดยเร็วที่สุด เบื้องต้นสถานทูตไทยได้สำรองเงินค่าใช้จ่ายในการดำเนินการต่างๆ อาทิ ค่าโรงแรม ค่าบัตรโดยสารเครื่องบิน จ่ายค่าปรับและค่าธรรมเนียมการตรวจลงตรา และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการดำเนินการของตำรวจและศาลด้วย
เข้าพักที่โรงแรมระหว่างรอการดำเนินการตามขั้นตอนต่างๆ
นับตั้งแต่นายอุไทยหายตัวไป สถานทูตไทยได้ติดต่อสอบถามกับหน่วยราชการรัสเซียทุกวัน ซึ่งโฆษกกระทรวงมหาดไทยรัสเซียเคยให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับกรณีของนายอุไทยว่า การกระทำของตำรวจไม่มีข้อบกพร่องใดๆ เนื่องจากบุคคลดังกล่าวไม่ได้ขอรับความช่วยเหลือ ไม่ได้กระทำความผิด และไม่ได้ตกอยู่ในอันตราย ตำรวจจึงไม่สามารถเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับชีวิตของเขาได้ ทั้งนี้กรุงมอสโกเป็นเมืองหลวงที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 7 ของโลก และมีชาวต่างด้าวเป็นจำนวนมาก ทำให้คนต่างชาติทั่วไปไม่เป็นที่ใส่ใจจากคนท้องถิ่นเท่าใดนัก