
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กฎหมายศาสนา (ชารีอะห์) ในจังหวัดอาเจะห์ ซึ่งเป็นเพียงจังหวัดเดียวของอินโดนีเซียที่บังคับใช้กฎหมายศาสนาอิสลาม ได้ลงโทษผู้กระทำผิด 3 คน ด้วยการเฆี่ยนหลังประจานต่อหน้าผู้คนภายในสนามกีฬาเมืองล็อกเซอมาเว ห่างจากบันดาอาเจะห์ เมืองเอกของจังหวัดอาเจะห์ไปราว 274 กิโลเมตร

โดยผู้กระทำ 3 ราย เป็นคู่รัก อายุ 22 ปีทั้งคู่ ได้รับโทษเฆี่ยนหลัง 100 ครั้ง จากฐานความผิดมีเพศสัมพันธ์กันก่อนแต่งงาน และวัยรุ่นอายุ 19 ปีอีกรายถูกเฆี่ยนหลังเช่นกันจากฐานความผิดมีเซ็กซ์กับผู้เยาว์ ที่รายงานข่าวระบุว่าหญิงสาวที่ถูกเฆี่ยนตีหลังพร้อมแฟนหนุ่มได้ร้องขอให้เจ้าหน้าที่ให้หยุดตีเธออยู่เป็นระยะ เพราะเธอทนความเจ็บปวดไม่ไหว ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ยอมพักมือตามคำร้องขอ ก่อนจะให้แพทย์เข้ามาตรวจดูสภาพร่างกายของหญิงสาวรายนี้ว่าสามารถรับโทษต่อไปได้
เอเอฟพี
ขณะที่วัยรุ่นชายที่ได้รับโทษอีกรายซึ่งสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวมีเลือดเปรอะเปื้อนเต็มเสื้อหลังจากถูกเฆี่ยนเสร็จ โดยวัยรุ่นรายนี้ยังต้องรับโทษจำคุกต่ออีก 5 ปีในฐานความผิดดังกล่าว ส่วนคู่รักวัยรุ่นหลังถูกเฆี่ยนแล้วได้รับการปล่อยตัวไป
เจ้าหน้าที่สำนักงานอัยการท้องถิ่นเปิดเผยว่า เหตุที่การลงโทษผู้กระทำผิดทั้ง 3 รายนี้มีขึ้นภายในสนามกีฬาก็เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กคนอื่นๆ ได้เห็น ขณะที่การเฆี่ยนตีเป็นบทลงโทษในการกระทำผิดกฎหมายชารีอะห์ที่แตกต่างกันไป ซึ่งรวมถึงการเล่นพนัน ดื่มสุรา รักร่วมเพศ และการมีเพศสัมพันธ์นอกสมรส
