กองทุนสำรองแห่งรัฐ หรือธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา (เฟด) ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงลง 0.25 เปอร์เซ็นต์ ไปอยู่ที่ 2.0-2.25 เปอร์เซ็นต์ เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคมที่ผ่านมา นับเป็นการประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2008 ของสหรัฐอเมริกา อย่างไรก็ตามเฟดไม่ได้แสดงความชัดเจนว่าจะมีการปรับลดดอกเบี้ยอีกในอนาคตหรือไม่
โดยเจอโรม พาเวลล์ ประธานเฟดระบุว่าการปรับลดดังกล่าวมีขึ้นเพื่อสร้างความมั่นใจในการเผชิญความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว รวมถึงความไม่แน่นอนของนโยบายทางการค้าของสหรัฐ แต่ก็ระบุเช่นกันว่าการปรับลดดังกล่าวไม่ใช่จุดเริ่มต้นของการลดดอกเบี้ยต่อเนื่อง การปรับลดดอกเบี้ยของเฟด สร้างความไม่พอใจกับโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาที่ทวีตข้อความโจมตีเฟด โดยระบุว่ายังไม่ใช่การลดดอกเบี้ยมากเท่าที่ตนเรียกร้องมาโดยตลอด
ขณะที่ดัชนีดาวโจนส์อินดัสเทรียลเอเวอเรจ ร่วงลงในช่วงหนึ่งถึง 500 จุดก่อนจะเปิดติดลบที่ 300 จุดหรือ 1.2 เปอร์เซ็นต์ ด้านตลาดหุ้นในเอเชียก็ปรับตัวลดลงเช่นกัน โดยดัชนีตลาดหุ้นฮ่องกง รวมถึงตลาดเซี่ยงไฮ้ ร่วงลงเท่าๆกันที่ 0.6 เปอร์เซ็นต์

