สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคมที่ผ่านมาว่า หน่วยงานปกครองกรุงปักกิ่ง เมืองหลวงของประเทศจีน เร่งปฏิบัติการกวาดล้างสัญลักษณ์ที่เกี่ยวข้องกับศาสนาอิสลาม เช่นสัญลัษณ์ฮาลาล ที่เป็นตัวอักษรอราบิก หรือสัญลักษณ์เสี้ยววงเดือน บนป้ายร้านค้าหลายแห่ง
โดยรายงานระบุว่ามีร้านค้าที่เจ้าของเป็นชาวมุสลิมอย่างน้อย 11 แห่ง ถูกเจ้าหน้าที่ทางการสั่งให้นำรูปภาพ สัญลักษณ์เช่นสัญลักษณ์วงเดือน หรือคำว่า “ฮาลาล” ที่เขียนด้วยอักษรอารบิก ออกจากป้ายร้าน นับเป็นความพยายามล่าสุดของรัฐบาลจีน ซึ่งแม้ในจีนเองจะให้เสรีภาพในการนับถือศาสนา แต่ก็มักจะพยายามทำให้ศาสนาเหล่านี้สอดคล้องกับวัฒนธรรมจีน

โดยมาตรการดังกล่าวรวมถึงการสั่งรื้อถอนยอดโดมแบบตะวันออกกลาง ออกจากมัสยิดหลายแห่ง รวมไปถึงการปิดโบสถ์คริสต์ที่ตั้งขึ้นโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นต้น อย่างไรก็ตามชาวมุสลิมที่อาศัยในจีนราว 20 ล้านคนได้รับผลกระทบจากมาตรการดังกล่าวมากขึ้นหลังเหตุจลาจลระหว่างชนกลุ่มน้อยมุสลิมอุยกูร์ และชาวฮั่น ในพื้นที่เขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ ทางตะวันตกของจีน เมื่อปี 2552 รวมไปถึงเหตุชาวอุยกูร์โจมตีใส่ผู้คนในพื้นที่หลายครั้ง

โดยล่าสุดมีรายงานด้วยว่าทางการจีนทำการสอดสองสอดแนมชาวอุยกูร์อยู่ในระดับสูง และมีการเปิดศูนย์ฝึกอาชีพ ที่มีลักษณะคล้ายค่ายกักกันชาวอุยกูร์จำนวนมากเอาไว้ โดยทางการจีนระบุว่าเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อกำจัดแนวคิดของกลุ่มหัวรุนแรงสุดโต่งให้หมดไป

