สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า หลังจากเกิดเหตุกราดยิงขึ้นที่ห้างสรรพสินค้าวอลมาร์ท ที่เมืองเอล ปาโซ รัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา นายแรนดี ฮาร์กรูฟ โฆษกของห้างสรรพสินค้าวอลมาร์ท เปิดเผยเมื่อวันที่ 4 สิงหาคมว่า แม้ว่าจะเกิดเหตุกราดยิงขึ้นถึง 2 ครั้ง ที่ห้างวอลมาร์ท ในระยะเวลาห่างกันไม่ถึงสัปดาห์ แต่ทางวอลมาร์ทยังไม่มีแผนที่จะยกเลิกการขายปืนและลูกกระสุน
การยืนยันที่จะขายอาวุธปืนต่อไป มีขึ้นหลังจากเกิดเหตุกราดยิงขึ้นที่ห้างวอลมาร์ทที่เมืองเอล ปาโซ รัฐเท็กซัส จนทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 20 ราย โดยก่อนหน้านั้น 4 วัน เพิ่งจะเกิดเหตุพนักงานของห้างวอลมาร์ทใช้ปืนยิงเพื่อนร่วมงานเสียชีวิต 2 ราย ที่รัฐมิสซิสซิปปี
ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุกราดยิงที่เอล ปาโซ นายดัก แมคมิลลัน ซีอีโอของวอลมาร์ท ได้โพสต์ข้อความลงอินสตาแกรมส่วนตัวว่า ไม่อยากเชื่อว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นซ้ำอีกภายในเวลาไม่ถึงสัปดาห์ พร้อมกับระบุว่า หัวใจของตนเจ็บปวดร่วมกับชุมชนในเอล ปาโซ โดยเฉพาะกับผู้ที่เกี่ยวข้องและลูกค้าที่ร้าน และครอบครัวของเหยื่อ ซึ่งตนขอสวดมนต์ให้แก่คนเหล่านี้และหวังว่าทุกคนจะมาร่วมสวดมนต์ด้วยกัน
ข่าวระบุว่า นายแซม วอลตัน ผู้ก่อตั้งห้างวอลมาร์ท เป็นผู้ที่หลงใหลในปืนมาก ถึงขั้นที่บริษัทเรมิงตัน ผู้ผลิตปืน เคยนำชื่อนายแซม วอลตันตั้งชื่อรุ่นปืนไรเฟิล โดยห้างวอลมาร์ท ห้างค้าปลีกรายใหญ่ของโลก ยืนยันว่า การขายปืนนั้นมีกลุ่มเป้าหมายเฉพาะสำหรับผู้ที่นำไปใช้ในการยิงเพื่อกีฬาและการล่าสัตว์
ทั้งนี้ ห้างวอลมาร์ทเองเคยเปลี่ยนแปลงนโยบายเรื่องการขายปืนหลายครั้ง เช่นเมื่อปี ค.ศ.1993 ทางห้างเคยหยุดขายปืนพก ต่อมาในปี 2015 หยุดขายปืนไรเฟิลกึ่งอัตโนมัติ และหลังเกิดเหตุกราดยิงที่เมืองพาร์คแลนด์ รัฐฟลอริดา เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2018 ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต 17 ราย วอลมาร์ทก็ปรับเกณฑ์การกำหนดอายุผู้ที่จะซื้อปืนและลูกกระสุนให้สูงขึ้น เป็น 21 ปี

