สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เมื่อวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา กรุงจาการ์ตา เมืองหลวงของอินโดนีเซีย ที่มีประชากรอยู่มากกว่า 10 ล้านคนและเป็นหนึ่งในเมืองที่มีมลพิษมากที่สุดในโลก ได้ประกาศมาตรการใหม่ในการควบคุมรถยนต์ส่วนบุคคลเข้ามาวิ่งในเมืองหลวง ส่วนหนึ่งของความพยายามในการแก้ปัญหามลพิษของกรุงจาการ์ตาที่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่ายังอาจเป็นวิธีการแก้ปัญหาที่ไม่ตรงจุด
ในปี 2559 รัฐบาลท้องถิ่นจาการ์ตามีคำสั่งให้ควบคุมปริมาณรถยนต์ส่วนบุคคลเข้ามาวิ่งในเมืองหลวงโดยการกำหนดเป็นป้ายทะเบียนรถยนต์เลขคู่หรือคี่ เพื่อแก้ปัญหาจราจรติดขัดบนถนนสายหลัก ซึ่งมาตรการนี้ได้ขยายผลบังคับใช้ในปีที่แล้ว แต่มาตรการล่าสุดนี้จะขยายการควบคุมรถยนต์ส่วนบุคคลให้ครอบคลุมถึงการวิ่งบนถนนสายเล็กๆด้วย มาตรการนี้มีขึ้นหลังจากเมื่อสัปดาห์ก่อน นายเอนีส์ บาสวีดาน ผู้ว่ากรุงจาการ์ตา ได้มีคำสั่งให้จัดเก็บค่าธรรมเนียมการทำให้จราจรแออัดจากรถยนต์ที่วิ่งในปี 2563 จำกัดอายุรถยนต์ไม่เกิน 10 ปีในการใช้ถนนในปี 2568 และการเข้มงวดกับการทดสอบการปล่อยมลพิษและควบคุมภาคอุตสาหกรรม
ทว่าผู้เชี่ยวชาญมองว่าทางการควรดำเนินการให้มากกว่านี้ เพราะแม้ทุกมาตรการที่นำมาใช้จะมีขึ้นเพื่อปรับปรุงคุณภาพอากาศให้ดีขึ้น แต่ผลสะท้อนที่เกิดขึ้นทั้งหมดไม่มากพอ เพราะไม่ได้จัดการกับต้นตอสำคัญของปัญหานี้ โดยเราจะต้องดูว่าอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้คุณภาพอากาศแย่ลง หรือมลพิษที่เกิดขึ้นมาจากการขนส่งคมนาคม โรงไฟฟ้าถ่านหินและโรงงานในสัดส่วนมากเท่าไร ก็จะต้องไปจัดการกับตรงจุดนั้น ซึ่งจะเป็นวิธีการแก้ปัญหาที่ดีกว่า

