
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานถึงสถานการณ์ตึงเครียดในรัฐจัมมูและแคชเมียร์ของอินเดียว่า เมื่อวันที่ 8 สิงหาคมที่ผ่านมา นายอันโตนิโอ กูแตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ(ยูเอ็น) ออกมาเรียกร้องให้อินเดียและปากีสถาน ชาติเพื่อนบ้านคู่ปรับในภูมิภาค ยับยั้งการดำเนินการใดๆ ที่จะส่งผลกระทบต่อสถานะของรัฐจัมมูและแคชเมียร์ โดยโฆษกของเลขาธิการยูเอ็นแถลงว่า เลขาธิการยูเอ็นติดตามสถานการณ์ในรัฐจัมมูและแคชเมียร์ด้วยความห่วงกังวล รวมถึงรายงานข่าวที่ว่ามีการจำกัดเข้มงวดในพื้นที่แคชเมียร์ในฝั่งของอินเดียที่อาจทำให้สถานการณ์สิทธิมนุษยชนในภูมิภาคนี้ย่ำแย่ลงได้ พร้อมร้องขอให้ทุกฝ่ายต่างอดทนอดกลั้นสูงสุด

เสียงเรียกร้องของเลขาธิการยูเอ็นมีขึ้นหลังจากเมื่อวันจันทร์(5 ส.ค.) รัฐบาลนายนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย มีคำสั่งยกเลิกสถานะพิเศษของรัฐจัมมูและแคชเมียร์ในฐานะเป็นเขตปกครองตนเอง โดยให้พื้นที่ดังกล่าวอยู่ใต้อาณัติปกครองของรัฐบาลกลางอินเดียโดยตรง

คำประกาศดังกล่าวสร้างความรู้สึกช็อกไปทั่วในชาติเอเชียใต้แห่งนี้ ที่เห็นอินเดียส่งทหารเข้าปิดล้อมพื้นที่ดังกล่าวระบบอินเตอร์เน็ตและโทรศัพท์ถูกตัดขาดนับจากนั้น และยังมีการประกาศภาวะเคอร์ฟิวเพื่อป้องกันเหตุความไม่สงบที่อาจเกิดขึ้นจากความไม่พอใจต่อการตัดสินใจครั้งนี้ของรัฐบาลนายโมดี ที่รัฐสภาอินเดียยังผ่านร่างกฎหมายแบ่งแยกรัฐจัมมูและแคชเชียร์ ออกเป็น 2 เขตแดนด้วย
การกระทำดังกล่าวของอินเดีย ยังส่งผลให้ ปากีสถาน ชาติเพื่อนบ้านที่อ้างสิทธิเหนือดินแดนแคชเมียร์ด้วย สั่งขับทูตอินเดียประจำปากีสถานพ้นประเทศ และประกาศระงับการค้าที่มีต่อกันทั้งหมดเพื่อเป็นการประท้วงอินเดีย
ด้านนายโมดีให้เหตุผลถึงการตัดสินใจครั้งนี้ว่าเป็นเรื่องจำเป็น ที่ตนเชื่อว่าจะสามารถปลดปล่อยรัฐจัมมูและแคชเชียร์ให้เป็นอิสระจากการก่อการร้ายและการแบ่งแยกดินแดนได้
