
เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กลุ่มผู้ประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกงยังคงเดินหน้ากดดันรัฐบาลนางแคร์รี หล่ำ ผู้ว่าการเขตบริหารพิเศษฮ่องกงเข้าสู่เดือนที่ 3 แล้ว โดยการประท้วงในวันนี้มีกลุ่มผู้สูงอายุและพ่อแม่ชาวฮ่องกงที่จูงลูกจูงหลานมาเข้าร่วมชุมนุมประท้วงด้วย

การชุมนุมในช่วงเช้าวันนี้ มีกลุ่มผู้ประท้วงแยกออกเป็น 2 กลุ่ม ที่มีกลุ่มผู้สูงอายุและพ่อแม่ชาวฮ่องกงมาพร้อมกับลูกหลานจำนวนหลายร้อยครอบครัวมาเข้าร่วมด้วย โดยมีการถือป้ายประท้วงเขียนข้อความว่า “ปกป้องอนาคตของลูกหลานเรา”
นางเหลิง ไหว่ มาน แม่บ้านวัย 60 ปี กล่าวว่า เหตุที่ทำให้ตนออกมาร่วมประท้วงในเขตไทโป เพราะรู้สึกโกรธที่เห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้กำลังรุนแรงกับผู้ประท้วงและจับกุมเด็กๆ ของเราไป และว่า ผู้ประท้วงที่ออกมารวมตัวกันก็เพื่อพยายามปกป้องตนเองจากการใช้ความรุนแรงของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ขณะที่เฟย์ ไหล มากับหลานวัย 3 ขวบ กล่าวว่า เธอหวังว่าการเดินขบวนประท้วงครั้งนี้จะช่วยให้ลูกหลานของเราเข้าใจสถานการณ์ความวุ่นวายที่เกิดขึ้น “อนาคตฮ่องกงเป็นของพวกเขา เรากำลังต่อสู้เพื่อสิทธิของเด็กๆ ที่พวกเขาพึงมี”
ผู้ประท้วงส่วนใหญ่ถือลูกโป่งและใบปลิวเขียนข้อความว่า “ฮ่องกงประท้วง เอบีซี” ที่ยังมีตัวย่อ “D” หมายถึงการเดินขบวน และ “P” หมายถึงการประท้วง

ขณะที่มีรายงานการปะทะกันของกลุ่มผู้ประท้วงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการชุมนุมในย่านไท่ไว โดยตำรวจได้ยิงแก๊สน้ำตาเข้าสลายกลุ่มผู้ประท้วง

ส่วนที่สนามบินนานาชาติฮ่องกง กลุ่มผู้ประท้วงจำนวนมากเดินทางมาปักหลักชุมนุมกันบริเวณโถงอาคารผู้โดยสารขาเข้า หลังจากเมื่อวันก่อนผู้ประท้วงราว 1,000 คน ได้รวมตัวชุมนุมกันอย่างสงบและไม่ได้ทำให้เที่ยวบินใดๆ ได้รับผลกระทบ
ทั้งนี้ การชุมนุมประท้วงของม็อบชาวฮ่องกงมีจุดเริ่มต้นจากการต่อต้านร่างกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนของรัฐบาลฮ่องกงที่จะเปิดทางให้มีการส่งตัวผู้ต้องสงสัยกระทำผิดไปจีนได้ ก่อนจะลุกลามเป็นการเรียกร้องสิทธิเสรีภาพและแสดงการต่อต้านการใช้กำลังรุนแรงของตำรวจฮ่องกง
