หน้าแรก ต่างประเทศ ราคาทองดิ่งลง...

ราคาทองดิ่งลง หลังสหรัฐเลื่อนเก็บภาษีนำเข้าจีน

14.08.19 | 09:38 น.

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ราคาทองสปอตที่ตลาดสหรัฐร่วงลง 10.02 ดอลลาร์ สู่ 1,501.14 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงท้ายตลาดวันอังคาร หลังจากเพิ่งพุ่งขึ้นแตะ 1,534.31 ดอลลาร์ในระหว่างวัน ซึ่งถือเป็นจุดสูงสุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย. 2013 หรือจุดสูงสุดในรอบ 6 ปี โดยราคาทองได้รับแรงกดดันหลังจากนายโรเบิร์ต ไลท์ไฮเซอร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) ประกาศว่า สหรัฐจะเลื่อนการเก็บภาษีนำเข้าในอัตรา 10% สำหรับสินค้าจีนที่สำคัญ ซึ่งรวมถึงเครื่องคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปและโทรศัพท์มือถือ แทนที่จะเริ่มเก็บภาษีนำเข้าสินค้ากลุ่มนี้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย.ตามกำหนดเดิมที่วางไว้

ราคาสัญญาทองเดือนธ.ค.ปิดตลาดปรับลง 3.10 ดอลลาร์ หรือ 0.2% สู่ 1,514.10 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทางด้านราคาโลหะเงินในตลาดสปอตปิดร่วงลง 0.090 ดอลลาร์ สู่ 16.965 ดอลลาร์/ออนซ์ ส่วนราคาพลาตินั่มในตลาดสปอตปิดขยับลง 0.50 ดอลลาร์ สู่ 852.00 ดอลลาร์/ออนซ์ และราคาพัลลาเดียมในตลาดสปอตปิดพุ่งขึ้น 27.50 ดอลลาร์ หรือ 1.93% สู่ 1,455.00 ดอลลาร์/ออนซ์

ราคาทองได้รับแรงกดดันเพิ่มเติมจากข่าวที่ว่า เจ้าหน้าที่สหรัฐกับจีนได้หารือกันทางโทรศัพท์ และตกลงที่จะหารือกันในประเด็นการค้าอีกครั้งภายในเวลาสองสัปดาห์ข้างหน้า ทั้งนี้ นายบ็อบ ฮาเบอร์คอร์น นักยุทธศาสตร์การลงทุนตลาดของบริษัทอาร์เจโอ ฟิวเจอร์สกล่าวว่า “ราคาทองจะได้รับแรงกดดันในช่วงสองสัปดาห์ข้างหน้า โดยจะมีคำสั่งช้อนซื้อเข้ามาบ้างเมื่อราคาทองร่วงลง แต่ไม่มีแนวโน้มว่าราคาทองจะพุ่งขึ้นครั้งใหญ่เหมือนกับในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา”

ราคาทองพุ่งขึ้นแตะจุดสูงสุดรอบ 6 ปีในช่วงแรก โดยได้รับแรงกดดันจากเหตุการณ์ไม่สงบในฮ่องกง และจากการดิ่งลงอย่างรุนแรงของค่าเงินเปโซอาร์เจนตินา หลังจากประธานาธิบดีมอริซิโอ มาครีของอาร์เจนตินา พ่ายแพ้ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีรอบไพรมารี

นักลงทุนรอดูงานประชุมสัมมนาประจำปีของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในสัปดาห์หน้า เพื่อดูว่าเฟดจะมีทิศทางกำหนดอัตราดอกเบี้ยอย่างไรในอนาคต ทั้งนี้ เทรดเดอร์คาดว่า มีโอกาส 86.2% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% ในเดือนก.ย.

Advertisement