คอลัมน์ไฮไลต์โลก: ตัวประกันความขัดแย้ง

15.08.19 | 16:29 น.
เอเอฟพี

ไม่ว่าม็อบจะประท้วงก่อหวอดที่ไหน ประเทศใด ทุกภาคส่วนย่อมได้รับผลกระทบถ้วนหน้า แต่ที่จะกระอักเจ็บหนักเป็นด่านแรก ย่อมไม่พ้นเศรษฐกิจการค้า ที่ดูเหมือนจะเป็นตัวประกันกลายๆ ในความขัดแย้งใดที่เกิดขึ้น

สถานการณ์ฮ่องกงในขณะนี้ก็เช่นกัน ที่การชุมนุมประท้วงจากชนวนต่อต้านร่างกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดน ลุกลามมาเป็นการเรียกร้องสิทธิเสรีภาพและประชาธิปไตย ซึ่งยืดเยื้อมานานกว่า 2 เดือน ได้ฉุดลากศูนย์กลางการเงินสำคัญของเอเชียแห่งนี้ให้ตกอยู่ในภาวะวิกฤตขัดแย้งหนัก ที่ “แคร์รี หล่ำ” ผู้ว่าการเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ต้นตอหนึ่งของความขัดแย้ง ออกมาเตือนว่าฮ่องกงกำลังดำดิ่งสู่วิกฤตเศรษฐกิจที่เลวร้ายยิ่งกว่าเมื่อครั้งโรคซาร์สระบาดในฮ่องกงปี 2003 หรือวิกฤตการเงินในปี 2008 หากผู้ประท้วงยังไม่หยุด!

ผลกระทบต่อภาคธุรกิจของฮ่องกง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เริ่มมีการประเมินความสูญเสียทางเศรษฐกิจในช่วงกว่า 2 เดือนที่ผ่านมา ที่เห็นได้ชัดตัวอย่างหนึ่งเป็นอัตราการจองห้องพักโรงแรมในฮ่องกงที่ลดลงไปในสัดส่วนตัวเลข 2 หลัก หรือการจองกรุ๊ปทัวร์ในฮ่องกงก็ดิ่งลงไปมากถึง 50 เปอร์เซ็นต์

โดยคณะกรรมการการท่องเที่ยวฮ่องกงให้ข้อมูลว่าการจองทัวร์ล่วงหน้าในฮ่องกงช่วงเดือนสิงหาคมและกันยายนของปีนี้ลดลงไปอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งจะส่งผลให้เศรษฐกิจของฮ่องกงสูญเสียเม็ดเงินจำนวนมากไปถึงตลอดฤดูร้อนที่จะมาถึงได้

การปิดยึดพื้นที่สนามบินของกลุ่มผู้ประท้วงที่สนามบินนานาชาติฮ่องกงเมื่อวันจันทร์ จนเป็นผลให้ต้องมีการประกาศยกเลิกเที่ยวบินทั้งหมด ผู้โดยสารจำนวนมากต้องติดค้างอยู่ที่สนามบิน ขณะที่ก่อนหน้านี้หลายประเทศอย่างสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น รวมถึงไทยก็ได้ประกาศเตือนพลเมืองของตนเองในการเดินทางไปฮ่องกงก่อนแล้ว ซึ่งบั่นทอนความเชื่อมั่นของนักเดินทางทั้งหลาย ล้วนเป็นคลื่นลูกใหญ่ที่กระหน่ำซ้ำเติมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของฮ่องกงให้ทรุดหนัก

Advertisement

ยังไม่นับรวมธุรกิจร้านรวงค้าปลีก ห้างสรรพสินค้า แหล่งช้อปปิ้งย่านดังที่ต้องปิดทำการไปเพื่อความปลอดภัยในช่วงเวลาที่กลุ่มผู้ประท้วงออกมาเคลื่อนไหวชุมนุมรายวัน ทำให้สูญรายได้ไปเป็นจำนวนมาก

บ๊อบ ไอเกอร์ ซีอีโอของดิสนีย์แลนด์ฮ่องกง เป็นอีกเสียงที่ยอมรับกับนักข่าวว่าดิสนีย์แลนด์ได้รับผลกระทบอย่างมากจากการประชุมนุมประท้วง ที่ทำให้การมาเที่ยวที่นี่ของผู้คนหดหายไป

ผู้เชี่ยวชาญหลายคนชี้ว่าความขัดแย้งทางการเมืองในฮ่องกงตอนนี้กำลังซ้ำเติมเศรษฐกิจของฮ่องกงให้ยิ่งดิ่งหนัก จากที่ชะลอตัวอยู่แล้วจากการโดนหางเลขการทำสงครามการค้าของสหรัฐอเมริกาและจีน

สตีเฟน อินเนส นักวิเคราะห์จากเวเลอร์ มาร์เก็ตส์ บอกว่า เป็นเคราะห์ร้ายซ้ำซ้อนของฮ่องกง แต่ถ้าจะมองว่าเดี๋ยวมันก็จะผ่านไปนั้นไม่ถูกต้อง เพราะดูเหมือนว่าตอนนี้ทุกๆ สุดสัปดาห์ เราจะได้เห็นการประท้วงที่ขยายวงรุนแรงมากขึ้น ที่ดีไม่ว่าดี วิกฤตขัดแย้งในฮ่องกง อาจจะทำให้เงินทุนไหลออกนอกฮ่องกงไปในระดับที่อันตรายกว่าที่เราคิดก็เป็นได้

ส่วนมาร์ติน ราสมัสเซน นักเศรษฐศาสตร์ของแคปิตอล อีโคโนมิคส์มองว่าผลกระทบของการชุมนุมประท้วงที่มีต่อเศรษฐกิจฮ่องกงในขณะนี้ยังไม่ชัดเจนเท่าไรนัก ต้องรอดูจนถึงช่วงปลายปีนี้ หากสถานการณ์ความขัดแย้งยังไม่ได้รับการคลี่คลาย ที่แน่ๆ ตนเชื่อว่าจะต้องหนักหน่วงสุดขั้วอย่างแน่นอน