สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม หนังสือพิมพ์โกลบอลไทม์ส สื่อภาษาอังกฤษของทางการจีน ตีพิมพ์บทบรรณาธิการ ที่มีเนื้อหาแสดงความเชื่อมั่นว่าหากทางการจีนตัดสินใจส่งกำลังเข้ามาปราบปรามผู้ก่อความไม่สงบในฮ่องกงจริง เหตุการณ์ดังกล่าวจะไม่ซ้ำรอยเหตุการณ์การปราบปรามกลุ่มนักศึกษาประชาชนในบริเวณจัตุรัสเทียนอันเหมิน ใจกลางกรุงปักกิ่งเมื่อปี 2532 ที่ผ่านมา ทำให้นักวิเคราะห์ชี้ว่า ความเป็นไปได้ที่ทางการจีนจะส่งกำลังเข้าไปปราบปรามกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกงมีสูงมากขึ้น โดยระบุว่า สื่อของทางการจีนโดยปกติแล้วจะไม่พาดพิงถึงเหตุการณ์ปราบม็อบในจัตุรัสเทียนอันเหมินเมื่อ 30 ปีก่อนตามความต้องการของทางการที่ต้องการให้คนจีนแผ่นดินใหญ่รู้เรื่องเหตุการณ์ดังกล่าวให้น้อยที่สุด แม้ว่าจะโด่งดังไปทั่วโลกเรื่อยมาจนถึงทุกวันนี้ก็ตาม
โกลบอล ไทม์ส ระบุว่า จีนในเวลานี้เข้มแข็งกว่าในเวลานั้นและมีวุฒิภาวะและได้ขยายขอบเขตความสามารถในการบริหารจัดการสถานการณ์ที่ซับซ้อนสูงขึ้นมากกว่าในเวลานั้นมากแล้ว จนสามารถมั่นใจได้ว่าหากต้องการปราบปรามผู้ก่อความไม่สงบที่ทางการจีนเริ่มเปลี่ยนมุมมองจากผู้ก่อจลาจลไปเป็นอาชญกรและกลุ่มก่อการร้ายก่อนหน้านี้จะไม่มีเหตุการณ์ซ้ำรอยเมื่อปี 2532 ขึ้น เหตุการณ์ดังกล่าวซึ่งทั่วโลกรู้จักในชื่อ “เหตุการณ์สังหารหมู่ที่เทียนอันเหมิน” นั้นทางการจีนส่งกำลังทหารพร้อมรถถังเข้าปิดล้อมและบีบบังคับให้ผู้ชุมนุมสลายตัวก่อนปราบปรามอย่างหนักจนเชื่อกันว่ามีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก อาจเป็นหลายร้อยจนถึงหลายพันราย
ทางด้านประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ทวีตข้อความเรียกร้องให้ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนพบหารือกับตัวแทนของกลุ่มผู้ประท้วง และร้องขอให้ผู้นำจีนเลือกใช้วิธีการเจรจาและแก้ปัญหาด้วยความเมตตา ซึ่งเชื่อว่าจะแก้ปัญหาได้โดยเร็ว เป็นการเตือนกลายๆ ต่อผู้นำจีนอีกครั้ง หลังจากที่นาย จอห์น โบลตัน ที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติของทรัมป์ แถลงเมื่อวันที่ 15 สิงหาคมที่ผ่านมาเตือนว่า การตัดสินใจใช้กำลังเข้าปราบผู้ชุมนุมที่ฮ่องกง จะเป็นการก่อเหตุการณ์เทียนอันเหมินขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง
ทางด้านนายอแล็ง โรแบร์ นักแสดงผาดโผนท้าความตายชาวฝรั่งเศสเจ้าของฉายา “เฟรนช์ สไปเดอร์แมน” ปีนขึ้นไปเฉิงกงเซนเตอร์สูง68 ชั้นขึ้นไปปิดแผ่นป้ายเรียกร้องสันติภาพในตอนเช้าวันที่ 16 สิงหาคมนี้ท่ามกลางความร้อนอบอ้าว ทั้งนี้ก่อนหน้าการปีนดังกล่าวนายโรแบร์ ออกแถลงการณ์ระบุว่า การปีนครั้งนี้มีขึ้นเพื่อ “วอนขอสันติภาพและการหารือเป็นกรณีเร่งด่วน” ให้รัฐบาลและผู้ประท้วงหันหน้าเข้าหารือกัน “บางทีผมอาจช่วยลดอุณหภูมิให้เย็นลงได้บ้าง เรียกรอยยิ้มกลับมาได้นิดหน่อย เอาว่าผมหวังอย่างนั้นก็แล้วกัน” นายโรแบร์ระบุ
ทั้งนี้นายโรแบร์เดินทางมาปีนตึกระฟ้าในฮ่องกงบ่อยครั้งเนื่องจากที่นี่มีอาคารสูงในเมืองมากที่สุดเมืองหนึ่ง และเพิ่งพ้นโทษห้ามเข้าประเทศและโทษปรับจากการปีนเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่ผ่านมาเมื่อไม่นานมานี้นี่เอง

