เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม ลี กา-ชิง มหาเศรษฐีผู้ร่ำรวยที่สุดของฮ่องกง ในวัย 91 ปี ออกมาแสดงความคิดเห็นที่มีต่อสถานการณ์ชุมนุมประท้วงในฮ่องกงเป็นครั้งแรก โดยการลงโฆษณาหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์หลายฉบับ เพื่อส่งสารเรียกร้องให้ประชาชนชาวฮ่องกงยุติความรุนแรง “ในนามของความรัก” โดยเรียกร้องให้ชาวฮ่องกง “รักจีน รักฮ่องกง และรักตัวเอง” และให้ “หยุดความโกรธด้วยความรักและหยุดความรุนแรง” พร้อมกับชี้ว่า “สิ่งที่ดีที่สุดสามารถนำไปสู่ผลลัพท์อันเลวร้ายที่สุดได้” ก่อนลงนามทิ้งท้ายว่า “พลเมืองฮ่องกง ลี กา-ชิง”

ถือเป็นการส่งสารของมหาเศรษฐีลี กาชิง ผู้เป็นซูเปอร์แมนของกลุ่มคนที่นิยมชื่นชอบในตัวเขา ในการร้องขอให้ฮ่องกงกลับสู่คืนสงบสุขในขณะที่การเผชิญหน้ากันระหว่างม็อบผู้ประท้วงชาวฮ่องกงและตำรวจปราบจลาจลทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ทว่ามหาเศรษฐีชาวฮ่องกงผู้นี้ที่เคยดำรงตำแหน่งประธานกลุ่มบริษัท ซีเค ฮัตชิสัน โฮลดิ้งส์ ไม่ได้แสดงถ้อยคำใดที่แสดงความสนับสนุนรัฐบาลรัฐบาลหรือนางแคร์รี หล่ำ ผู้ว่าการเขตบริหารพิเศษฮ่องกงที่ถูกกลุ่มผู้ประท้วงจี้ให้ลาออกแต่อย่างใด
ทว่าโฆษกของลี กา ชิง แถลงในเวลาต่อมาว่า นายลีเชื่อว่าความรุ่งเรืองในระยะยาวของฮ่องกงขึ้นอยู่กับหลักการ “หนึ่งประเทศ สองระบบ” และเป็นสิ่งที่นายลีต้องการให้ชาวฮ่องกงทะนุถนอมเอาไว้และขอให้ยุติความรุนแรง
โดยหลักการ “หนึ่งประเทศ สองระบบ” เป็นนโยบายของรัฐบาลจีนปักกิ่งที่ใช้ในการบริหารปกครองดินแดนใต้อาณัติของตนเองอย่างฮ่องกงและมาเก๊า รวมถึงไต้หวัน เขตแดนปฏิปักษ์ที่ปฏิเสธนโยบายนี้ของจีนอย่างแข็งกร้าวมาโดยตลอด

