คอการเมืองอเมริกัน โดยเฉพาะที่ติดตามข่าวการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาอย่างใกล้ชิดคงพอทราบกันว่า รัฐนิวแฮมป์เชียร์ นั้นเป็นรัฐที่ 2 ในการเลือกตั้งขั้นต้นประธานาธิบดีสหรัฐต่อจากรัฐไอโอวา แต่เป็นรัฐแรกในการเลือกตั้งขั้นต้นแบบไพรมารี โดยของไอโอวานั้นเป็นแบบคอคัส
การที่นิวแฮมป์เชียร์ได้รับสถานะตรงนี้นั้นมีที่มาที่ไปน่าสนใจอยู่ไม่น้อยเลยครับ
นิวแฮมป์เชียร์เป็นรัฐเล็ก โดยมีพื้นที่เล็กที่สุดเป็นอันดับ 5 และมีจำนวนประชากรน้อยที่สุดเป็นอันดับ 9 จากทั้งหมด 50 รัฐของสหรัฐ
แต่ ทิม ฮอร์แกน ผู้ช่วยผู้อำนวยการสภากิจการโลกนิวแฮมป์เชียร์ บอกว่า นิวแฮมป์เชียร์เป็นรัฐที่ประชาชนบ้าการเมืองเอามากๆ
ทิมบอกกับเราว่า สภาผู้แทนราษฎรของรัฐนิวแฮมป์เชียร์ถือว่าเป็นสภาจากการเลือกตั้งที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 4 ในบรรดาประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษ โดยอันดับ 1 คือ รัฐสภาอินเดียที่มีสมาชิก 790 คน อันดับ 2 คือสภาผู้แทนราษฎรอังกฤษที่มี 650 คน ตามด้วยสภาคองเกรสของสหรัฐที่มีสมาชิก 500 คน ส่วนสภาผู้แทนราษฎรของรัฐนิวแฮมป์เชียร์มีสมาชิกมากถึง 400 คน
ย้อนกลับไปเมื่อปี พ.ศ.2459 หรือเมื่อ 100 ปีที่แล้ว นิวแฮมป์เชียร์จัดการเลือกตั้งขั้นต้นประธานาธิบดีสหรัฐแบบไพรมารีขึ้นเป็นครั้งแรก แต่เป็นอีก 4 ปีถัดมาในปี 2463 ที่นิวแฮมป์เชียร์จัดการเลือกตั้งขั้นต้นแบบไพรมารีขึ้นเป็นรัฐแรกในสหรัฐ
อย่างไรก็ตาม แนวคิดในการปฏิรูปที่ทำให้สถานะในการเป็นรัฐแรกที่จัดการเลือกตั้งขั้นต้นแบบไพรมารีได้รับความนิยมนั้นใช้เวลาพอสมควรทีเดียว
ในช่วงเวลานั้น การเลือกตั้งขั้นต้นแบบไพรมารีในรัฐนิวแฮมป์เชียร์ ก็เหมือนกับการเลือกตั้งขั้นต้นแบบไพรมารีในรัฐเล็กรัฐอื่นๆ ทั่วสหรัฐ คือจะมีเพียงแค่ชื่อของบุคคลในท้องถิ่นที่ต้องการจะเป็นคณะผู้เลือกตั้งหรือเดลิเกตที่ไปร่วมการประชุมใหญ่ระดับชาติของพรรค (เนชั่นแนล คอนเวนชั่น) อยู่บนบัตรลงคะแนน
จนกระทั่งถึงปี 2491 ริชาร์ด อัพตัน ประธานสภาผู้แทนราษฎรรัฐนิวแฮมป์เชียร์ในตอนนั้น ตัดสินใจที่จะทำให้การเลือกตั้งขั้นต้น “มีความน่าสนใจและมีความหมายมากขึ้น เพื่อกระตุ้นให้มีจำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิเพิ่มขึ้น”
เขาใช้วิธีการออกกฎหมายยินยอมให้พลเมืองลงคะแนนเลือกผู้ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐได้โดยตรง โดยผู้สมัครคนไหนก็ตามที่ได้รับการลงชื่อสนับสนุนจากทั้ง 2 เขตเลือกตั้งในรัฐ เขตละ 50 รายชื่อ ก็จะสามารถมีชื่ออยู่บนบัตรเลือกตั้งได้
นอกจากนี้กฎหมายใหม่ยังระบุว่า ผู้มีสิทธิออกเสียงสามารถเลือกเดลิเกตที่แสดงออกอย่างชัดเจนว่าจะไปลงคะแนนให้กับผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีคนไหนในการประชุมใหญ่ของพรรค
อย่างไรก็ตาม หลังการเริ่มต้นครั้งประวัติศาสตร์นั้น ต้องรอถึงปี 2495 ที่เรียกได้ว่าการเปลี่ยนแปลงนี้สร้างแรงสะเทือนครั้งสำคัญให้กับการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ เมื่อกลุ่มผู้สนับสนุนของนายพลดไวต์ ไอเซนฮาวร์ นำชื่อของเขาใส่ไว้ในบัตรเลือกตั้งขั้นต้นแบบไพรมารีของรัฐนิวแฮมป์เชียร์ในฐานะผู้ชิงตำแหน่งตัวแทนพรรครีพับลิกัน
ชัยชนะอย่างน่าประหลาดใจของไอเซนฮาวร์ที่มีเหนือตัวเก็งในตอนนั้นอย่างโรเบิร์ต ทาฟต์ วุฒิสมาชิกรัฐโอไฮโอทั้งๆ ที่เขาไม่ได้ย่างเท้าเข้ามาเหยียบนิวแฮมป์เชียร์เลยแม่แต่น้อย หนุนส่งให้ไอเซนฮาวร์ได้เป็นตัวแทนพรรครีพับลิกัน และชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐปีนั้นในที่สุด

