เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม สำนักข่าวเอเอฟพีอ้างคำแถลงของโฆษกทำเนียบนายกรัฐมนตรีอังกฤษระบุว่า อังกฤษจะยุติการอนุญาตให้เคลื่อนย้ายอย่างเสรีแก่พลเมืองจากชาติสหภาพยุโรป(อียู)ลงในทันที หลังจากอังกฤษทำการถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิกอียูหรือเบร็กซิทอย่างเป็นทางการในวันที่ 31 ตุลาคมนี้แล้ว อันเป็นไปตามการปรับเปลี่ยนนโยบายของรัฐบาลอังกฤษภายใต้การนำของนายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรี
โฆษกทำเนียบนายกรัฐมนตรีอังกฤษกล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลอังกฤษยังจะเข้มงวดกฎระเบียบต่อประชาชนที่เดินทางเข้ามาในสหราชอาณาจักรอย่างเข้มขึ้นมากยิ่งขึ้นด้วย โดยรายละเอียดของการเปลี่ยนแปลงต่างๆที่จะเกิดขึ้นในทันทีในวันที่ 31 ตุลาคมนี้สำหรับระบบการตรวจคนเข้าเมืองใหม่กำลังอยู่ในระหว่างการดำเนินการ
ความเคลื่อนไหวนี้มีขึ้นท่ามกลางความหวั่นกลัวกันว่าอังกฤษจะทำเบร็กซิทโดยปราศจากข้อตกลงใดๆ หรือ โน-ดีล
ทั้งนี้ก่อนหน้านี้พลเมืองชาวอียูในอังกฤษที่มีอยู่จำนวนราว 3.6 ล้านคน ได้รับแจ้งให้ลงทะเบียนขอสถานะผู้ตั้งถิ่นฐานถาวรภายใต้โครงการของกระทรวงมหาดไทยอังกฤษที่นางเทเรซา เมย์ อดีตนายกรัฐมนตรีคนก่อนหน้าได้ริเริ่มไว้ แต่จนถึงขณะนี้มีพลเมืองอียูเพียงราว 1 ล้านคนเท่านั้นที่เข้าร่วมในโครงการนี้
โดยรัฐบาลนางเมย์ได้ประกาศเมื่อเดือนมกราคมปีนี้ว่าจะยุติการให้เคลื่อนย้ายได้อย่างเสรีแก่พลเมืองชาวอียูลงโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ หลังจากการทำเบร็กซิทแบบโน-ดีล แต่รัฐบาลจะยังอนุญาตให้พลเมืองอียูเดินทางเข้าออกอังกฤษได้ในช่วงเวลาของการเปลี่ยนผ่านในกระบวนการนี้เท่านั้น

