สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าจีนและรัสเซียซึ่งเป็น 2 ชาติสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ(ยูเอ็นเอสซี) ได้ขอให้มีการประชุมยูเอ็นเอสซีในวันที่ 22 สิงหาคมนี้ เพื่อหารือเกี่ยวกับแถลงการณ์ของสหรัฐอเมริกาที่ระบุว่า สหรัฐกำลังวางแผนที่จะพัฒนาและเคลื่อนกำลังพลขีปนาวุธพิสัยกลางไปอยู่ในตำแหน่งที่พร้อมสำหรับการต่อสู้
ข้อเสนอให้มีการเรียกประชุมดังกล่าวถูกกำหนดขึ้นภายใต้หัวข้อว่า “ภัยคุกคามต่อสันติภาพและความมั่นคงของโลก” พร้อมกับเรียกร้องให้นายอิซูมิ นากามิตสึ หัวหน้ากิจการปลดอาวุธของยูเอ็น ทำการบรรยายสรุปให้ที่ประชุมทราบถึงสถานการณ์ล่าสุดด้วย
เมื่อวันที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมา กระทรวงกลาโหมสหรัฐระบุว่า ได้ทำการทดสอบขีปนาวุธติดระบบนำวิถีซึ่งสามารถโจมตีเป้าหมายที่อยู่ห่างออกไปไกลถึง 500 กิโลเมตรได้ ซึ่งนับเป็นการทดสอบอาวุธดังกล่าวครั้งแรกนับตั้งแต่สหรัฐได้ถอนตัวออกจาก สนธิสัญญาอาวุธนิวเคลียร์พิสัยกลาง)ไอเอ็นเอฟ) ซึ่งเป็นสนธิสัญญาที่ทำขึ้นระหว่างสหรัฐและรัสเซียหรือสหภาพโซเวียตในขณะนั้น และนับเป็นการสิ้นสุดสงครามเย็น
ขณะที่นายมาร์ค เอสเปอร์ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐตอบคำถามผู้สื่อข่าวของฟ็อกซ์นิวส์ว่าการทดสอบขีปนาวุธดังกล่าวเป็นการส่งสัญญาณเตือนไปยังจีน รัสเซีย และเกาหลีเหนือใช่หรือไม่ว่า เราเพียงแต่ต้องการให้มั่นใจว่าเรามีความสามารถพร้อมที่จะจัดการกับพฤติกรรมแย่ๆ ของจีนด้วยการมีศักยภาพที่จะทำการโจมตีระยะกลางได้

